นวัตกรรมการสื่อสารผ่านบล็อก

ทุกวันนี้กระแส “นวัตกรรม” (Innovation) นับเป็นกระแสหนึ่งที่กำลังมาแรง นวัตกรรมคือการคิดค้นสิ่งใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดของคน มีการพูดถึงนวัตกรรมกันในทุกวงการ โดยเฉพาะสินค้าและการบริการ จำเป็นต้องมีนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องประโยชน์ใช้สอย และในเรื่องความพึงพอใจล้วนๆ

ยกตัวอย่าง บรรดาครีมบำรุงผิวทั้งชายหญิง ต่างก็มีการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆเพิ่มประสิทธิภาพของการบำรุงผิวให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น แต่ละยี่ห้อก็โฆษณาประชาสัมพันธ์ชนิดที่เรียกว่าคู่แข่งรั้งท้ายมองไม่เห็นฝุ่น มันฝรั่งบางยี่ห้อก็มีนวัตกรรมสร้างความตื่นเต้นเร้าใจแก่ผู้บริโภค ด้วยการใส่สีเพื่อทำให้ลิ้นเปลี่ยนสีขณะที่เอร็ดอร่อยกับรสชาติของมันฝรั่ง เครื่องใช้ไม้สอยภายในบ้านก็มีนวัตกรรมไม่แพ้สินค้าอย่างอื่น อาทิ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ก็มีสารเพิ่มประสิทธิภาพในการซอกซอนชะล้างคราบสกปรก ดังที่ปรากฏในโฆษณาทางโทรทัศน์จนเกินจะจินตนาการได้

นวัตกรรมสร้างความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ อย่างเช่น ชาวนาปัจจุบันได้ใช้นวัตกรรมเครื่องจักรช่วยทำนาแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ไถนาไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เครื่องจักรทำให้ทุกกระบวนการ ควายจึงตกงานแล้วถูกต้อนเข้าโรงฆ่าสัตว์แทนลงทุ่งไถนา ชาวนาปลูกข้าวได้ปีละ3-4 ครั้ง ได้ผลผลิตมากขึ้น เหลือเพียงอย่างเดียวคือไม่มีนวัตกรรมใดๆที่ทำให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาที่เหมาะสมโดยไม่ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง คงรออีกนานหรืออาจจะไม่มีนวัตกรรมนี้เลยก็ได้
อ่านเพิ่มเติม

Citizen Journal : Natayaa Blog-ปากเสียงของคนไทยในต่างแดน

บล็อก (Blog) เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองการสื่อสารของปัจเจกชนที่หาทางออกจากข้อจำกัดในการสื่อสารผ่านสื่อหลักๆ บล็อกทำให้ปัจเจกชนสามารถสร้างสื่อ (Media) และควบคุมเนื้อหา (Content) ได้เองอย่างเบ็ดเสร็จ ในกระบวนการสื่อสารทั้งหมด ปัจเจกชนหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) ที่เป็นเจ้าของบล็อก เป็นผู้กำกับควบคุมทุกขั้นตอน

บล็อกจึงเป็นหนึ่งในสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) และปัจเจกชนหรือบล็อกเกอร์ก็คือผู้สื่อข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสื่อ ผู้ส่งสาร และผู้ควบคุมหรือผู้รักษาประตู (Gate Keeper) ดังนั้น จึงสะท้อนตัวตน บุคลิก ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ต่อเหตุการณ์และสิ่งต่างๆของบล็อกเกอร์แต่ละคน

บล็อกของณฐยา ชื่อบล็อก “ดงฝรั่ง” เป็นอีกบล็อกหนึ่งที่แสดงตัวตนของบล็อกเกอร์ตามแนวคิดของสื่อภาคพลเมือง จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เนื้อหาในบล็อกที่นำเสนอสู่สาธารณะนั้น กล่าวได้ว่า เป็นการรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผ่านข้อเขียนที่มุ่งให้เกิดความสนุกสนาน บางครั้งก็ใช้รูปแบบการเสียดเย้ย (Satire) อันเป็นรูปแบบหนึ่งของการเขียนที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้แก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนำเสนอผ่านบล็อกที่เป็นการสื่อสารสองทางด้วยแล้ว ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้อ่าน ที่สะท้อนกลับผ่านช่องทางการแสดงความคิดเห็น (Comment) อันเป็นเครื่องมือที่ทำให้บล็อกเป็น Web2.0 ที่ผู้อ่านกับผู้เขียนมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งต่างจากยุค Web1.0 ที่เป็นการสื่อสารทางเดียว เช่นเดียวกับสื่อกระแสหลักอื่นๆ คือ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์

อ่านเพิ่มเติม

สื่อสารผ่านบล็อก : ถึงทีผู้บริโภคสื่อโต้กลับบ้าง

 

เมื่อ 5-6 ปีก่อน ผมเรียนปริญญาโทที่สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช้สื่อสร้างกระแสให้แก่ตนเองได้อย่างดียิ่ง  ในฐานะผู้นำรัฐบาลก็เป็นที่จับจ้องของสื่ออยู่แล้ว แต่นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้น ได้สร้างมิติใหม่ของการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์  ในลักษณะที่เรียกว่าการตลาดอย่างเต็มที่  นั่นคือ สร้างกิจกรรมให้ปรากฏอยู่ในพื้นที่สื่อตลอดเวลา ทั้งการให้สัมภาษณ์สื่อประจำสัปดาห์  จัดรายการ นายกทักษิณคุยกับประชาชน ทุกเช้าวันเสาร์ และที่เป็นไม้เด็ดก็คือ การสัญจรไปตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้านแบบติดดิน  อาทิ นุ่งผ้าขาวม้าอาบน้ำในโอ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ตรวจท้องที่ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะสื่อทีวีที่เข้าถึงประชาชนทุกหย่อมหญ้า  ให้เห็นทั้งภาพ เสียง บรรยากาศชนิดที่เรียกว่าเหมือนกับการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตของศิลปินใหญ่ยังไงยังงั้น 

     การปรากฏอยู่ในสื่อดังกล่าว เป็นการสื่อสารเพียงทางเดียว  คือผู้รับสารไม่มีโอกาสแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบกับผู้ส่งสาร  ในฐานะผู้รับสารคือผู้บริโภคก็ไม่มีปากไม่มีเสียงใดๆ  ไม่มีช่องทางที่จะสะท้อนความคิดเห็นของตัวเองที่มีต่อข่าวสารนั้นๆกลับไปยังผู้ส่งสาร  คือนายกรัฐมนตรี  นอกจากรับเอาข่าวสารนั้นฝ่ายเดียว

     ในกรณีของผู้ชื่นชอบก็ย่อมเกิดความพึงพอใจต่อข่าวสารนั้น แต่ในกรณีของคนที่ไม่ชอบ ย่อมมีความอึดอัดคับข้องใจในข่าวสารดังกล่าว แต่ไม่สามารถจะทำอะไรมากไปกว่า ต้องรับสารนั้นด้วยความจำยอม หรือไม่ก็ปิดการรับสารนั้น แต่ข้อหลังนี้ทำได้ยากยิ่ง เพราะสื่อทุกประเภท ทุกช่องทาง ล้วนนำเสนอข่าวสารชุดดังกล่าวตลอดเวลา

     ในฐานะนักศึกษาสื่อสารมวลชน และส่วนมากก็ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสื่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และส่วนหนึ่งก็เรียนปริญญาตรีมาทางนิเทศศาสตร์ด้วย  จึงทำให้พวกเราเหล่านักนิเทศศาสตร์ที่กำลังหาทางทำคะแนนเพื่อให้สอบผ่าน มีความอึดอัดคับข้องในไปด้วย ต้องนั่งถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องภาวะจำยอมของผู้รับสาร และหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดีกับภาวะจำยอมนี้ (แน่นอนว่า ส่วนมากแล้วรู้สึกว่าตัวเอง จำยอมในการรับสารดังกล่าว) นั่นคือ มีช่องทางในการแสดงปฏิกิริยาโต้กลับไปยังผู้ส่งสารบ้าง

อ่านเพิ่มเติม

Blog and Blogger ฤาจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก?

untitled001.jpgปัจจุบันการสื่อสารผ่าน Blog  ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เพราะมีความสะดวก สบาย และที่สำคัญมีของฟรีให้เลือกใช้จนตาลาย คนทั้งหลายจึงกระหน่ำเขียนบล็อกกันอย่างสนุกสนาน ทุกเรื่องราวตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ  นับเป็นยุคทองของบล็อกโดยแท้

หากย้อนหลังไปสัก 10 ปีก่อน การที่จะมีตัวตนในโลกออนไลน์ ด้วยการเป็นเจ้าของเว็บไซต์นั้นช่างยุ่งยากและต้องจ่ายในราคาที่แสนแพง ล่วงมาถึงวันนี้ พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT ก่อให้เกิดเว็บไซต์ยุคใหม่ ที่เรียกกันว่า web2.0 ที่เป็นการสื่อสารสองทาง ผู้เขียนผู้อ่านสามารถโต้ตอบกันได้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันขึ้น  ต่างฝ่ายต่างแสดงตัวตนให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ภายใต้เงื่อนไขที่ตัวเองต้องการ

นั่นคือโลกออนไลน์ยุค web2.0 ที่พัฒนาจาก web site มาเป็น weblog หรือ blog ทำให้คนเขียน blog หรือ blogger เป็นอะไรได้หลายอย่าง ทั้งนักคิด นักเขียน นักค้นคว้า นักการสื่อสาร นักธุรกิจ โดยประกอบกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ ขอเพียงแค่มีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ ก็สามารถเป็นได้แล้วบนโลกออนไลน์

คนที่เขียนหนังสือเป็น สามารถเป็นนักเขียน ทั้งนิยาย เรื่องสั้น บทกวี บทความ ความรู้ต่างๆที่สื่อออกมาเป็นตัวหนังสือ  คนที่เป็นนักเขียนอยู่แล้วก็เป็นมาบล็อกเกอร์กันเป็นจำนวนมาก ทั้งที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เมืองเล็ก ตามบ้านนอกคอกนา ในทุกแห่งที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึง

อ่านเพิ่มเติม