เอาเรื่องคนอื่นมาลงบล็อกต้องทำอย่างไรบ้า็ง

cat cat

บล็อกเกอร์หลายคนอ่านเรื่องของคนอื่นแล้วชอบใจจึงนำมาลงบล็อกของตัวเอง ด้วยความไม่รู้หรืออะไรก็ตาม หากทำไม่ถูกแล้วนอกจากไม่เคารพผู้เขียนยังผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วย เจ้าของผลงานที่แท้จริงเอาผิดได้ เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์นั้นกำหนดไว้ว่า ทันทีที่เจ้าของงานวรรณกรรมสร้างงานขึ้นมาก็เป็นของเขาโดยสมบูรณ์ ไม่ต้องไปจดลิขสิทธ์ิ์ใดๆ

ด้วยเหตุนี้ จึงได้เสนอข้อปฏิบัติในเรื่องการนำบทความของผู้อื่นมาเผยในบล้อกของตนให้แก่บล็อกเกอร์ทั้งหลายได้พิจารณา เพื่อเป็นการเคารพและให้เกียรติแก่กันและกัน รวมถึงการปฏิบัติตามกำหมายลิขสิทธิ์ด้วย ดังนี้

อ่านเพิ่มเติม

อ่านความคิดของบล็อกเกอร์นักตกแต่งคุยเรื่องบล็อก

ปัจจุบันมีคนในสาขาอาชีพต่างๆมาเขียนบล็อกกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางการสื่อสารที่ได้ผล เหมาะเป็นเวทีสำหรับเผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ผลงาน

มีบล็อกที่เขียนโดยนักตกแต่งภายในหรือ interior คือ interiorsiam.com  โดยบล็อกเกอร์ MiMD ซึ่งเป็นนักออกแบบตกแต่งรุ่นใหม่ ผมได้มีโอกาสคุยกับเขาเรื่องการเขียนบล็อก การทำบล็อก การนำเอาวิชาความรู้ในงานอาชีพมาเขียนบล็อก รวมไปถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังการทำบล็อก interiorsiam.com จึงนำมาให้อ่านกันครับ

การทำบล็อกของ MiMD เริ่มต้นจากการตีความว่าบล็อกคืออะไร จากนั้นก็นำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำเนื้อหา กำหนดเป้าหมาย กำหนดกลุ่ม จัดประเภทของบล็อก ที่จะทำ ซึ่ง MiMD บอกว่า เขาให้ความหมายหรือตีความบล็อกว่า มันคือ Community Online เป็นที่ๆคนจะมาพบกันบนโลกออนไลน์ ดังนั้นการทำบล็อกก็เพื่อมุ่งตอบสนองคนที่มาชุมนุมกันซึ่งมีหลายกลุ่ม แล้วก็เลือกกลุ่มที่พอใจที่สุด และแน่นอนว่ากลุ่มที่บล็อกเกอร์ MiMD ก็คือกลุ่มนักตกแต่ง เมื่อเผยแพร่เนื้อหาออกไปแล้วก็ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ในแง่ที่ได้ร่วมรับรู้ แลกเปลี่ยน ข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็นแก่กัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานได้

เชิญอ่านรายละเอียดได้ที่ Blogologynet.com ครับ คลิกที่ >> คุยกับบล็อกเกอร์นักตกแต่ง MiMD เจ้าของ interiorsiam.com

เชิญดาวน์โหลดอีบุ๊คของ โกศล อนุสิม

ขอเชิญดาวน์โหลดอีบุ๊คของผมครับ มีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องธรรมะ เรื่องบล็อก เรื่องทั่วไป เรื่องแมว  แล้วแต่ความสนใจของท่านผู้อ่าน จะโหลดไปอ่านเองหรือส่งต่อก็ได้ครับ หนังสือฟรี ยกเว้นแต่ถ้าเอาตัดต่อ เปลี่ยนแปลงเป็นของตนและเอาไปขาย อันนี้สงวนสิทธิ์ครับ

เล่มแรก  คนชอบคุย 1 รวมบทความจาก Kosoltalk.com และคอมเมนต์ของผู้อ่าน 

คนชอบคุย 1 เป็นรวมบทความที่ผมเผยแพร่ในบล็อกของผม เป็นความคิดทัศนะต่อเรื่องราวต่างๆทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ชีวิต การทำงาน ซึ่งผมได้เผยแพร่ตลอดปี 2551 จาก 222 เรื่องคัดมาทำอีบุ๊ค 19 เรื่อง รวมทั้งนำคอมเมนต์ที่มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นไว้ด้วย เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ผมภูมิใจเสนอ

เล่มที่สอง  เรียนธรรมในธุรกิจ อ่านรายละเอียดและดาวน์โหลด ที่นี่  

เรียนธรรมในธุรกิจ เป็นรวมบทความเรื่องธรรมะกับการทำงาน ที่ผมเขียนในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจบิชวิค (Bizweek) เป็นการเสนอธรรมะมาประบใช้กับการทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งผมได้ทำและบอกเล่าเป็นประสบการณ์ รวมถึงเป็นข้อเสนอแก่คนทั่วไปในการนำไปใช้

เล่มที่สาม  บล็อกและศาสตร์แห่งบล็อก อ่านรายละเอียดและดาวน์โหลด ที่นี่ 

บล็อกและศาสตร์แห่งบล็อก รวมบทความที่ผมเขียนเกี่ยวกับบล็อก ทั้งที่เกิดจากประสบการณ์ตรงและจากที่อ่านในบล็อกของฝรั่งที่เป็นผู้หารายได้จากบล็อก เป็นงานเขียนเชิงวิชาการที่ตั้งใจเพื่อเป็นแนวทางในการเรียนรู้และพัฒนาบล็อกของผู้สนใจ

เล่มที่สี่ บ้านของแมว เรื่อใสๆของหัวใจเหมียว อ่านรายละเอียดและดาวน์โหลด ที่นี่

บ้านของแมว เป็นประสบการณ์ของการเลี้ยงแมว ที่คนเลี้ยงค่อยๆกลายเป็นทาสของแมว ทั้งเรื่องสนุกสนาน เรื่องเศร้า คละเคล้ากันได้รส เคยพิมพรวมเล่มมาแล้ว คราวนี้จับมาลงเว็บในรูปอีบุ๊คให้อ่านอีกครั้ง

เป็นหนังสือ 4 เรื่องที่น่าจะพอให้ท่านเสียเวลาอันมีค่าอ่านอยู่บ้าง เชิญดาวน์โหลดครับ อ่านแล้วพอใจ อยากให้คนที่คุณรักอ่านต่อก็ขอให้ส่งต่อกันไปเรื่อยๆครับ  เพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน

ขอบคุณและขอให้มีความสุขครับ

เชิญอ่านบล็อกผมได้ครับ

Kosoltalk.com

Kosolnet.com

Blogologynet.com

บล็อกเรื่องบล็อก-บล็อกศาสตร์และบล็อกศึกษา

ผมขอนุญาตแนะนำบล็อกที่ผมจัดทำขึ้นเองครับ คือ Blogologynet.com ชื่อภาษาไทยว่า บล็อกศาสตร์และบล็อกศึกษา โดยหวังจะให้เป็นแหล่งวิชาการด้านการสร้างสรรค์บล็อก  โดยเป็นผลจาการศึกษา ทดสอบ ทดลองของผมเองส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งก็นำมาจากเทคนิค วิธีการต่างๆที่มีคนใช้ได้ผลมาแล้ว ทั้งบล็อกไทยและบล็อกต่างประเทศ  โดยได้ศึกษาข้อเขียนของผู้ที่มีประสบการณ์ แล้วนำมาแนะนำไว้ครับ

 

ผมเองเป็นนักเรียนด้านนิเทศสาสตร์  สนใจศึกษาเรื่องสื่อสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ หรือที่เรียกว่า ICT  โดยเฉพาะบล็อกซึ่งเป็นผลิตผลจากอินเตอร์เน็ต โดยอินเตอร์เน็ตก็เป็นผลิตจาก ICT  มีผู้จัดให้บล็อกเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่สร้างและควบคุมโดยปัจเจกชน เรียกว่า สื่อภาคพลเมือง หรือสื่อภาคประชาชน (Citizen Journal) ผู้สร้างบล็อกเรียกว่าบล็อกเกอร์ (Blogger)  เรียกว่านักข่าวพลเมืองหรือนักข่าวภาคประชาชน (Citizen Reporter) ซึ่งในฐานสื่อและผู้สื่อข่าว  บล็อกและบล็อกเกอร์ได้ทำหน้าที่รายงานข่าวและเสนอข้อเท็จจริงให้ปรากฏแก่สาธารณชนจนเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า  สามารถทำหน้าที่สื่อได้ดียิ่ง

 

การศึกษาเรื่องบล็อกจึงเป็นการศึกษาเรื่องนิเทศสาสตร์  อันเป็นนิเทศศาสตร์แขนงใหม่  อายุไม่ถึง 20 ปี แต่มีอิทธิพลต่อพลเมืองของโลกเป็นอย่างมาก  และนับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การศึกษาเรื่องบล็อกจึงเป็นประโยชน์เช่นเดียวกับการศึกษาสื่อแขนงอื่น ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อกระแสหลักในปัจจุบัน

 

ในโลกอนาคต บล็อกก็จะกลายเป็นสื่อกระแสหลักอย่างไม่ต้องสงสัย  จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

 

ผมได้ศึกษาบล็อกมาพอสมควร  ทั้งบล็อกที่มีอยู่ทั่วไปและบล็อกที่ทดสอบทดลองทำเอง จึงพยายามเขียนเกี่ยวกับเรื่องบล็อก ทั้งในด้านทฤษฎี และการปฏิบัติ เท่าที่จะสามารถทำได้  เพื่อหวังจะเป็นประโยชน์ในทางวิชาการและการนำไปประยุกต์ใช้  แต่ด้วยปัญญาอันมีอยู่จำกัด  จึงทำได้อย่างจำกัด  โดยหวังว่าจะมีผู้มีปัญญามากได้ศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาบล็อกและบล็อกเกอร์ไทยต่อไป

 

จึงขอเชิญชวนท่านที่อ่านเรื่องนี้แล้วได้ช่วยไปเยี่ยมเยือน อ่านแล้วให้ข้อชี้แนะต่างๆแก่ผมด้วย เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงการศึกษาและการเขียนให้ดีขึ้น เพื่อประโยชน์แกสาธารณชนสืบต่อไป

 

ผมได้เขียนเรื่องต่างๆไว้หลายเรื่อง  ขอแนะนำเรื่องที่น่าสนใจดังนี้

 

หมวดหมู่บล็อกศาสตร์ คือความรู้และทฤษฎีการทำบล็อก มีเรื่องที่น่าสนใจ อาทิ

 

-บล็อกกับทฤษฎีการสื่อสาร

 

บล็อกเกอร์ ( Blogger) กับการสื่อสารสาธารณะ (Public Communication)

 

เขียนบล็อกทำไม เขียนเพื่ออะไร

 

หมวดบล็อกศึกษา คือการศึกษาเนื้อหาและวิธีการทำบล็อก  มีเรื่องที่น่าสนใจ อาทิ

สื่อสารผ่านบล็อก : ถึงทีผู้บริโภคสื่อโต้กลับบ้าง

Blog Branding  : การสร้างยี่ห้อให้บล็อก

Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์  

 

ที่ยกมาเป็นบางส่วนของงานที่ผมเขียนขึ้นจากการศึกษา ลงมือทด ทดสอบ ทดลองการทำบล็อกในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา หากสนใจขอเชิญไปอ่านได้ตามลิงค์เลยครับ

 

ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง

 

 

นวัตกรรมการสื่อสารผ่านบล็อก

ทุกวันนี้กระแส “นวัตกรรม” (Innovation) นับเป็นกระแสหนึ่งที่กำลังมาแรง นวัตกรรมคือการคิดค้นสิ่งใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดของคน มีการพูดถึงนวัตกรรมกันในทุกวงการ โดยเฉพาะสินค้าและการบริการ จำเป็นต้องมีนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องประโยชน์ใช้สอย และในเรื่องความพึงพอใจล้วนๆ

ยกตัวอย่าง บรรดาครีมบำรุงผิวทั้งชายหญิง ต่างก็มีการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆเพิ่มประสิทธิภาพของการบำรุงผิวให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น แต่ละยี่ห้อก็โฆษณาประชาสัมพันธ์ชนิดที่เรียกว่าคู่แข่งรั้งท้ายมองไม่เห็นฝุ่น มันฝรั่งบางยี่ห้อก็มีนวัตกรรมสร้างความตื่นเต้นเร้าใจแก่ผู้บริโภค ด้วยการใส่สีเพื่อทำให้ลิ้นเปลี่ยนสีขณะที่เอร็ดอร่อยกับรสชาติของมันฝรั่ง เครื่องใช้ไม้สอยภายในบ้านก็มีนวัตกรรมไม่แพ้สินค้าอย่างอื่น อาทิ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ก็มีสารเพิ่มประสิทธิภาพในการซอกซอนชะล้างคราบสกปรก ดังที่ปรากฏในโฆษณาทางโทรทัศน์จนเกินจะจินตนาการได้

นวัตกรรมสร้างความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ อย่างเช่น ชาวนาปัจจุบันได้ใช้นวัตกรรมเครื่องจักรช่วยทำนาแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ไถนาไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เครื่องจักรทำให้ทุกกระบวนการ ควายจึงตกงานแล้วถูกต้อนเข้าโรงฆ่าสัตว์แทนลงทุ่งไถนา ชาวนาปลูกข้าวได้ปีละ3-4 ครั้ง ได้ผลผลิตมากขึ้น เหลือเพียงอย่างเดียวคือไม่มีนวัตกรรมใดๆที่ทำให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาที่เหมาะสมโดยไม่ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง คงรออีกนานหรืออาจจะไม่มีนวัตกรรมนี้เลยก็ได้
อ่านเพิ่มเติม

บางถ้อยคำใน “ผู้จัดการ” เป็นสิ่งสมควรที่จะปรากฏใน “สื่อสาธารณะ” หรือไม่

ผมคิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือไม่ โดยเฉพาะเขียนในบล็อก Kosolanusim ของผมที่ mBlog อันเป็นหนึ่งในสื่อออนไลน์ของเครือผู้จัดการ ในที่สุดผมก็ตัดสินใจเขียนและโพสต์ที่ mBlog

เหตุผลที่ผมเขียนเรื่องนี้ โดยเผยแพร่ที่เครือผู้จัดการ ก็เพราะ

1.ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการคนหนึ่ง นับตั้งแต่เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ที่ถนนราชดำเนิน หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันเป็นสื่อที่ยืนอยู่ข้างประชาชน ด้วยการพิมพ์แจกจ่ายผู้เข้าร่วมชุมนุมและผู้สนใจทั่วไป อันเป็นการเสนอข้อมูลข่าวสารที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับสื่อของรัฐให้ประชาชนได้รับรู้ เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงตามหน้าที่ของสื่อ ถึงแม้อาจมีคนบางส่วนมองว่า เป็นการ “แปลงวิกฤติให้เป็นโอกาสทางการตลาด” ก็ตาม เพราะได้พิสูจน์ในกาลต่อมาว่า หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันและสื่อในเครือ ได้ทำหน้าที่เป็น “กระจกเงา” จริงๆ
อ่านเพิ่มเติม

แปลงโฉมสู่เว็บ Web 2.0 การปรับตัวของ Bangkokbiznews.com

ปัจจุบันการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ไม่ใช่เพียงแค่การให้ข้อมูลข่าวสารเพียงอย่างเดียวแล้ว หากแต่พัฒนาไปสู่การสื่อสารสองทางที่ผู้รับสารสามารถโต้ตอบกลับได้ทันที ผ่านการแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อต่างๆ ทั้งเว็บไซต์ของสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และตัวเว็บไซต์เองก็เป็นสื่ออีกประเภทหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างของสื่อหลักๆดังกล่าว นั่นคือ การกระจายข้อมูลข่าวสารได้กว้างขวางขึ้น อายุข่าวสารยาวนานขึ้น และ ผู้รับสามารถสื่อสารกลับในฉับพลัน ซึ่งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ไม่สามารถทำได้

พัฒนาการของเว็บไซต์ที่ปรากฏโฉมครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกเรียกขานกันว่า Web 1.0 ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารในแบบสื่อสารทางเดียว ผู้ส่งสารกำหนดเนื้อหาเองทั้งหมด ผู้รับสารมีหน้าที่รับรู้ข่าวสารเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถโต้ตอบได้ ต่อมาพัฒนาเป็นเว็บ 2.0 ในปัจจุบัน ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร และรับข้อมูลข่าวสารจากผู้รับสารด้วย แม้ผู้ส่งสารเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของข่าวสารเป็นเบื้องต้น แต่ผู้รับสารก็มีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาเป็นลำดับต่อมา ผ่านการแสดงความคิดเห็นที่เป็นอิสระ แสดงปฏิกิริยาต่อข่าวสารที่รับรู้ได้โดยทันที ดังนั้น Web 2.0 จึงเป็นการสื่อสารสองทาง และเป็นการร่วมกันสร้างเนื้อหาระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร นอกเหนือจากการให้ข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังเป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันด้วย

อ่านเพิ่มเติม