นวัตกรรมสื่อ : เทคโนโลยี พฤติกรรม และ จริยธรรมของสื่อมวลชน (2-จบ)

ในตอนที่แล้ว ได้ยกเอาจรรยาบรรณของสื่อมวลชนที่กำหนดโดยสมาคมวิชาชีพหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ที่ตราขึ้นเพื่อให้สมาชิกยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ โดยพร้อมเพรียงและเท่าเทียมกัน

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า หลักแห่งจริยธรรมหรือจรรยาบรรณดังกล่าว มักถูกละเมิดโดยสื่ออยู่เสมอ เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการกระทำของสื่อ ข้ออ้างที่สื่อหยิบหยกขึ้นมาโต้แย้งก็คือ เรื่องเสรีภาพในการเผยแพร่ข่าวสาร หากมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งทางกฎหมายหรือทางสังคมต่อสื่อ ถือก็มักโต้ตอบกลับว่าเป็นการคุกคามสื่อ

แต่ในมุมมองของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของสื่อ ก็มองได้ว่า ตนถูกสื่อคุกคามสิทธิและเสรีภาพเช่นกัน ดังนั้น จึงมีข้อที่จะต้องพิจารณาต่อว่า สื่อได้ใช้ข้ออ้างในเรื่องเสรีภาพการเสนอข่าวสารโดยเกินขอบเขตจนละเมิดผู้อื่นหรือไม่ เพราะในจริยธรรมหรือจรรยาบรรณนั้น แม้จะรับรองสิทธิเสรีภาพของสื่อ แต่ก็ต้องไม่ละเมิดผู้อื่น

การละเมิดจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของสื่อ หรือหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดมีอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ตัวอย่างมีให้เห็นอยู่เสมอๆ เช่น
อ่านเพิ่มเติม

สื่อรัฐและสื่อที่จัดตั้งโดยรัฐปลอดการเมืองได้จริงหรือ?

Thai PBS and NBT

 ภาพเปิดงานสถานีโทรทัศน์ NBT (ซ้าย) และ Thai PBS (ขวา) ภาพจาก กรุงเทพธุรกิจ

 …

มีคำถามถึงสื่อเกิดใหม่ของไทยว่าจะดำรงฐานะความเป็นกลาง ความตรงไปตรงมา และความเป็นอิสระของสื่อได้มากน้อยเพียงใด  ซึ่งสื่อเกิดใหม่ที่ว่านั้นเป็นสื่อที่จัดตั้งโดยรัฐ คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) หรือ “ทีวีไทย” ซึ่งแปรรูปมาจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นทีวีสาธารณะดังเช่นสถานี BBC ของอังกฤษ ใช้งบประมาณจากรัฐบาล 4,000 ล้านบาทจัดตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ และสถานีโทรทัศน์ของรัฐคือช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ที่ปรับเปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์แนวใหม่  และตั้งชื่อใหม่ว่า “เอ็นบีที” (NBT) ภายใต้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช โดยมีวัตถุประสงค์ให้สื่อมวลชนของรัฐทำงานอย่างมีคุณภาพ และให้บริการสาธารณะ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย

ทั้งสองสถานีโทรทัศน์ต่างมุ่งที่จะทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด โดยธรรมชาติหรือบทบาทของสื่อนั้น เป็นที่ยอมรับกันในเบื้องต้นว่า  ต้องมีความเป็นกลาง ทำหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา และมีอิสระปราศจาการครอบงำของอำนาจใดๆ โดยเฉพาะอำนาจทางการเมือง  นี่คือหลักการสากลของสื่อทุกประเภท  และย่อมรวมไปถึงสถานีโทรทัศน์ Thai PBS และ NBT ด้วย

แต่หลักการดังกล่าวนั้นจะดำรงอยู่คู่กับสื่อทั้งสองแห่งได้มากเพียงใด  นานแค่ไหน ก็ยากที่จะคาดเดา  เพราะสังคมไทยมักอนุญาตให้อำนาจทางการเมือง ซึ่งก็คือรัฐบาลผ่านทางข้าราชการ ใช้อำนาจดำเนินการในทุกเรื่องได้อย่างแทบจะไม่มีการตรวจสอบ  ดังนั้น จึงไม่มีอะไรจะรับประกันได้ว่า  สื่อทั้งสองแห่งจะไม่ถูกแทรกแซง ครอบงำ ชี้นำ หรือบงการโดยอำนาจทางการเมือง

อ่านเพิ่มเติม

“อินแฮง” กับคำไทยลูกครึ่งฝรั่งและคำฝรั่งสัญชาติไทย : การสื่อความหมายแบบกลายพันธุ์

ความคิดในการเขียนเรื่องนี้ เกิดจากที่ได้ฟังเพลงทางหน้าปัดวิทยุและดูหนังบรรยายเพลง (Music Video-MV ) ผ่านทางโทรทัศน์และเว็บไซต์อยู่ตูบ (YouTube.com) เพลงที่ว่านี้คือ “อินแฮง” ขับร้องโดย ไอดิน อภินันท์ ที่แสดงเป็นพระเอกใน MV เองด้วย

            เมื่อได้ยินครั้งแรกผ่านรายการ “ลูกทุ่งมหานคร” ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 95 อสมท. ผมติดใจชื่อเพลง “อินแฮง” เป็นคำที่คล้ายว่าจะเข้าใจความหมาย แต่ไม่เข้าใจ  ซึ่งไม่เพียงแต่ผมเท่านั้นที่สงสัย เพราะมีผู้ฟังได้ส่งคำถามไปสอบถามนักจัดรายการ เมื่อได้ฟังนักจัดรายการเฉลยจึงเข้าใจ

      อ่านเพิ่มเติม

ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ

Michel Foucault  

มิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault)                                                   นักคิดทฤษฎีผู้มีชื่อเสียงชาวเมืองไวน์ฝรั่งเศส   กล่าวว่า  สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างอำนาจอันได้ผลชะงัด  ผู้ใดครอบครองสื่อ ผู้นั้นก็เป็นเจ้าของอำนาจ  หากพูดถึงอำนาจแล้ว ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คืออำนาจทางการเมือง ดังนั้น จึงปรากฏอยู่เสมอว่า ใครๆที่เป็นนักการเมืองจึงชอบสื่อ

โลกของสื่อกับโลกของนักการเมือง จึงต้องผู้ติดอยู่ด้วยกันอย่างแยกไม่ออก  ไม่ว่าจะในสังคมไทยหรือต่างประเทศ  ไม่ว่าในประเทศร่ำรวยหรือยากจน  ในหลายประเทศเจ้าของสื่อเข้าไปเป็นผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือผู้มีอำนาจทางการเมืองหาทางเข้าครอบครองสื่อ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง หรือไม่ก็ใช้อำนาจควบคุมสื่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  เพื่อไม่ให้สื่อบ่อนเซาะอำนาจของตน

นักการเมืองทั้งหลายชอบสื่อ  เพราะสื่อเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้สามารถแสดงตนต่อสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว  เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน  จนอาจกล่าวได้ว่า  โทรทัศน์คือผู้มีอิทธิพลตัวจริงต่อผู้คน  เป็นผู้กำหนดเวลาทำกิจกรรมต่างๆในชีวิต  ทั้งเวลาตื่น เวลานอน เวลาออกจากบ้าน เวลากลับบ้าน  เรื่องราวทั้งหลายที่เสนอผ่านจอโทรทัศน์ล้วนส่งผลต่อผู้คนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  ตัวอย่างง่ายๆก็คือแม้แต่นักแสดงเป็นตัวร้ายในละครน้ำเน่ายังถูกมองด้วยความเกลียดชังจากคนดูผู้สงสารนางเอก เมื่อนักแสดงคนนั้นไปเดินซื้อของในตลาด

จึงไม่ต้องสงสัยว่า เหตุใดเมื่อมีกิจกรรมทางการเมือง อย่างเช่น การประชุมสภาก็ดี หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็ดี  เมื่อมีการถ่ายทอดผ่านสื่อ บรรดานักการเมืองทั้งหลายไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลต่างก็พยายามเสนอหน้าผ่านอภปรายเพื่อให้ได้ปรากฎในสื่อ ส่งสารไปถึงประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนว่ากำลังทำหน้าที่ผู้แทนอย่างขันแข็ง           

แต่ถ้าหากในอีกกรณีตรงกันข้าม  นั่นคือ การที่สื่อขุดคุ้ยเรื่องไม่ดีไม่งามที่ตนมีส่วนหรือจะเกิดความเสียหายแก่ตน  นักการเมืองทั้งหลายมักจะโยนความผิดไปให้สื่อ  ซึ่งหนีไม่พ้นข้อหาบิดเบือน ลงข่าวไม่หมด  หรือสื่อพูดไปเอง เขียนไปเอง เป็นต้น  เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ใครๆที่เกี่ยวข้องก็ไม่ชอบสื่อ             ดังนั้นจึงปรากฏเสมอมาว่า นักการเมืองผู้ที่อยู่กับอำนาจจึงทั้งรกและทั้งเกลียดสื่อ  ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ ว่าสื่อจะส่งผลเช่นใดแก่ตน   ในกรณีที่รู้จักใช้สื่อให้เป็นประโยชน์พอเหมาะ  ก็จะทำให้สามารถอยู่ในอำนาจนานได้เช่นกัน           

สื่อจึงมีคุณสมบัติพิเศษ ที่นักการเมืองและผู้มีอำนาจทั้งหลาย จะทั้งรักทั้งเกลียด  ซึ่งสื่อแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะของมัน ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติร่วมในฐานะสื่อ  ซึ่งจะกล่าวต่อไปอันที่จริงแล้ว คุณสมบัติที่จะเขียนถึงต่อไปนี้  เป็นเรื่องที่คนทั้งหลายทราบกันดีแล้ว แต่อาจจะลืมกันไปบ้าง  จึงขอยกขึ้นมากล่าวถึงเพื่อเตือนความทรงจำ และเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของสื่อ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจทางการเมือง คือ

อ่านเพิ่มเติม