แปลงโฉมสู่เว็บ Web 2.0 การปรับตัวของ Bangkokbiznews.com

ปัจจุบันการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ไม่ใช่เพียงแค่การให้ข้อมูลข่าวสารเพียงอย่างเดียวแล้ว หากแต่พัฒนาไปสู่การสื่อสารสองทางที่ผู้รับสารสามารถโต้ตอบกลับได้ทันที ผ่านการแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อต่างๆ ทั้งเว็บไซต์ของสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และตัวเว็บไซต์เองก็เป็นสื่ออีกประเภทหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างของสื่อหลักๆดังกล่าว นั่นคือ การกระจายข้อมูลข่าวสารได้กว้างขวางขึ้น อายุข่าวสารยาวนานขึ้น และ ผู้รับสามารถสื่อสารกลับในฉับพลัน ซึ่งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ไม่สามารถทำได้

พัฒนาการของเว็บไซต์ที่ปรากฏโฉมครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกเรียกขานกันว่า Web 1.0 ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารในแบบสื่อสารทางเดียว ผู้ส่งสารกำหนดเนื้อหาเองทั้งหมด ผู้รับสารมีหน้าที่รับรู้ข่าวสารเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถโต้ตอบได้ ต่อมาพัฒนาเป็นเว็บ 2.0 ในปัจจุบัน ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร และรับข้อมูลข่าวสารจากผู้รับสารด้วย แม้ผู้ส่งสารเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของข่าวสารเป็นเบื้องต้น แต่ผู้รับสารก็มีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาเป็นลำดับต่อมา ผ่านการแสดงความคิดเห็นที่เป็นอิสระ แสดงปฏิกิริยาต่อข่าวสารที่รับรู้ได้โดยทันที ดังนั้น Web 2.0 จึงเป็นการสื่อสารสองทาง และเป็นการร่วมกันสร้างเนื้อหาระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร นอกเหนือจากการให้ข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังเป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันด้วย

อ่านเพิ่มเติม

สงครามสื่อ CD VCD DVD ต้นทุนต่ำ ราคาถูก และได้ผล

Cd-vcd-dvdเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ทำให้การผลิตสินค้าได้เป็นปริมาณมาก  โดยใช้เวลาน้อย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง ขายราคาถูก ผู้ซื้อมีกำลังในการซื้อ ในหลายกรณีสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกได้  เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักและทดลองใช้สินค้า

แผ่นกลมๆที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพลาสติกสงเคราะห์ที่เรียกกันว่า CD ก็เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ผลิตได้ทีละมากๆ  ทำให้ต้นทุนต่ำลง แผ่น CD ที่ขายปลีกอยู่ทั่วไปขนากความจุ 700 เม็กกะไบต์ ราคาแผ่นละไม่ถึง 10 บาท ซึ่งแผ่น CD ดังกล่าวสามารถนำมาใช้บันทึกข้อมูลได้ทั้งภาพและเสียง  รวมถึงแผ่น DVD ที่มีความจุมากกว่าปัจจุบันก็ราคาถูกลงเป็นอันมาก

เมื่อแผ่น CD ราคาถูกลง รวมถึงเครื่องเล่น CD,VCD,DVD ก็ราคาถูกลง ปัจจุบันราคาต่ำสุดก็ไม่ถึง 1,000 บาทแล้ว ทำให้ผู้คนทุกระดับชั้นรายได้ใช้มีกำลังซื้อกันอย่างถ้วนหน้า  นำไปสู่การผลิตสื่อในรูปแผ่น CD,VCD,DVD มีช่องทางในการจำหน่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องบันเทิงเริงรมย์  ได้รับความนิยมเผยแพร่ในรูปแผ่น CD,VCD,DVD กันอย่างแพร่หลาย

แผ่น CD,VCD,DVD จึงกลายเป็นสื่อต้นทุน ราคาถูก เข้าถึงผู้บริโภคทุกครัวเรือน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้วในปัจจุบัน

การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร จึงนิยมทำผ่านแผ่น CD,VCD,DVD มากขึ้น  ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน และบุคคลธรรมดา  ที่นิยมบันทึกข้อมูลเรื่องราวต่างๆลงแผ่น CD,VCD,DVD เพื่อแจกจ่ายแก่กลุ่มเป้าหมาย 

อิทธิพลของสื่อประเภทนี้ เท่าที่ทราบยังไม่มีการทำวิจัยทางวิชาการให้เห็น (หรือมีแล้วแต่ผู้เขียนไม่ทราบก็อาจเป็นได้)  แต่เท่าที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ นับว่าสื่อ CD,VCD,DVD ได้มร้างผลสะเทือนให้เกิดขึ้นแก่สังคมอยู่ไม่น้อย  เช่น

อ่านเพิ่มเติม

ThaiOpenID.net ชุมนุมไทยผู้ใช้และผู้พัฒนา OpenID

Thai Open IDผมขอนำข้อเขียนของคุณไวพจน์ จากบล็อกของเขาคือ  Waipot.com ที่เขาเขียนประชาสัมพันธ์เวบฟอรั่มใหม่ ThaiOpenID.net ชุมนุมไทยผู้ใช้และผู้พัฒนา OpenID ซึ่งจะเป็นประโยชนืแก่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่อไปภายหน้า จะเป็นประโยชน์อย่างไรนั้น ขอเชิญอ่านได้จากข้อเขียนของเขาที่ผมยกมาโดยไม่ตัดทอน นับตั้งแต่ย่อหน้าถัดไปนี้…

* * *

OpenID เป็นระบบหนึ่งที่ทำให้เราสามารถใช้ URL เป็นข้อมูลระบุตัวตน (Identity) ที่เราสามารถใช้ลงชื่อ (Sign in หรือ Log in) เข้าสู่เวบไซต์ต่างๆ ที่เปิดรับมาตรฐาน OpenID นี้ได้ โดยที่เราไม่ต้องสมัครเป็นสมาชิกของแต่ละเวบไซต์ทุกครั้ง ประโยชน์ก็คือ เราไม่ต้องจำชื่อและรหัสผ่านของเราในแต่ละเวบไซต์ จึงเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้ยิ่ง

ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังของ OpenID คือ การระบุตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต เปรียบเหมือนการทำบัตรประจำตัวประชาชน ที่ใช้ระบุความแตกต่างของแต่ละบุคคล เช่น ชื่อสกุล รูปถ่ายใบหน้า วันเดือนปีเกิด ภูมิลำเนา เชื้อชาติ และ ศาสนา เป็นต้น ดังนั้น OpenID จึงถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ปฏิวัติโลกไซเบอร์ ด้วยการแจ้งตัวตนที่แท้จริงบนโลกอินเทอร์เน็ต ในอนาคตไม่แน่ว่า OpenID อาจจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็อาจเป็นได้

OpenID เพิ่งเริ่มพัฒนาได้ไม่นานนี้ และ ยังไปได้ไม่ไกลนัก ในเมืองไทย กระแส OpenID เริ่มมีบ้าง แต่อย่างแผ่วเบา หากคนไทยยังไม่เริ่มต้นศึกษาไปพร้อมๆ กับชนชาติอื่นแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยไป เราจะกลายเป็นผู้ที่ตามหลัง และ ล้าหลังในด้านนี้ ดังนั้น ThaiOpenID.net จึงเกิดขึ้น เพื่อผลักดันการใช้งานและการพัฒนาของ OpenID ในเมืองไทย

ThaiOpenID.net เวบไซต์ที่ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ เป็นชุมนุมออนไลน์เสรี ที่พูดคุยกันเกี่ยวกับ OpenID โดยเฉพาะ ในขณะที่ OpenID ยังเป็นเรื่องใหม่ ที่ยังไม่มีใครรู้มากกว่าใคร ดังนั้นการใช้ระบบเวบบอร์ด เพื่อตั้งกระทู้ถาม-ตอบ อาศัยการสุมหัวของสมาชิกเป็นแรงผลักจึงน่าจะเหมาะสมที่สุด จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ThaiOpenID.net

———-

ปล. ขอความกรุณาทุกท่านที่ผ่านมา เป็นแรงสนับสนุน ช่วยประชาสัมพันธ์ ThaiOpenID.net โดยการคัดลอกข้อความข้างบนนี้(ซึ่งผมอนุญาตอย่างถูกต้อง) ตีแผ่ลงไปในเวบไซต์หรือบลอกของท่าน ขอขอบพระคุณยิ่ง

* * *

ก็ยืนยันเห็นด้วยตามที่คุณไวพจน์บอกไว้ครับ–โกศล อนุสิม

Big Blog : Suthichai yoon – ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก

Suthichai Yoon’s BlogBlog เป็นทั้งสื่อและเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทรงพลัง    พลังของบล็อกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆได้  เช่น เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ  ซึ่งสื่อหลักอื่นๆไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่บล็อกเกอร์นำมาเผยแพร่ผ่านบล็อกได้อย่างฉับพลันทันที  ล่าสุด เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศูนย์การค้าในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า โลกได้รู้ข่าวครั้งแรกผ่านบล็อก

เมื่อเป็นเช่นนี้  คนทั้งหลายจึงนิยมเขียนบล็อกเผยแพร่ความคิดที่ตนคิดและข้อมูลที่ตนมี  ออกสู่สายตาสาธารณชน เป็นสื่อที่สามารถส่งสารได้อย่างไม่จำกัด  ทั้งเวลา สถานที่ และชนิดของสาร

คนใหญ่คนโตในทุกแวดวงจึงมีบล็อกของตนเองเพื่อที่จะสื่อสารกับคนอื่นๆ  และในที่นี้ผมขอคุยถึงบล็อกของ สุทธิชัย หยุ่น  คนใหญ่แห่งเครือเนชั่น ซึ่งชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรเพิ่มเติม 

ผมยอมรับว่าเป็นแฟนประจำของ สุทธิชัย หยุ่น มานานแล้ว  คอลัมน์กาแฟดำ ของเขานั้นเป็นคอลัมน์แรก หรือไม่เกินลำดับที่สามที่ต้องอ่านเมื่ออ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  แม้ว่าหลายๆครั้งผมจะไม่เห็นด้วย หรือเห็นขัดแย้งกับสิ่งที่เขานำเสนอผ่านคอลัมน์นั้น แต่ก็ต้องอ่าน เหมือนดื่มกาแฟแหละครับ  ถึงบางครั้งจะไม่อร่อยแต่ก็ต้องดื่ม

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นรึ…

อ่านเพิ่มเติม