นวัตกรรมสื่อ : เทคโนโลยี พฤติกรรม และ จริยธรรมของสื่อมวลชน (1)


สื่อมวลชนที่เป็นเสาหลักในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ยังคงเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ เพราะสามารถกระจายข่าวสารได้กว้างขวาง เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด แม้จะเกิดสื่อสมัยใหม่หรือสื่อทางเลือกขึ้น อันได้แก่ สื่อออนไลน์ สื่อดิจิตอล แต่การเข้าถึงผู้รับข่าวสารยังอยู่ในวงจำกัด ดังนั้น สื่อกระแสหลักดั้งเดิมคือ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ จึงยังมีอิทธิพลต่อผู้คนเช่นเดิม

แต่อิทธิพลของสื่อกระแสหลักดังกล่าว กำลังถูกท้าทายจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆแก่สื่อเป็นอันมาก โดยเฉพาะในด้านเทคนิคที่เครื่องมือเครื่องใช้ได้รับการพัฒนาให้มีความสะดวกสบายในการใช้งาน ราคาถูกลง ประสิทธิภาพดีขึ้น ดังนั้น การเป็นเจ้าของสื่อ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ หากพิจารณาในเรื่องการลงทุนแล้ว สามารถทำได้ง่ายขึ้น จึงปรากฏว่า มีสื่อสิ่งพิมพ์น้อยใหญ่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งเพื่อการเสนอข่าวสาร เพื่อให้ความรู้ เพื่อความบันเทิง และเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นการเฉพาะมากขึ้น สถานีวิทยุก็สามารถจัดตั้งได้ในทุกสถานที่คือวิทยุชมชน ส่วนสถานีโทรทัศน์ก็ไม่มีความยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน เพราะปัจจุบันสามารถจัดตั้งสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม โดยใช้ทุนและเวลาไม่มากนัก ดังนั้น นวัตกรรมทางเทคโนโลยีการสื่อสาร จึงทำให้เกิดนวัตกรรมของสื่อรูปแบบใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น กระจายข้อมูลข่าวสารถึงผู้รับอย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น
อ่านเพิ่มเติม

อภิสิทธิและเอกสิทธิของสื่อ

มีการตั้งคำถามจากผู้คนอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะผู้ที่คิดว่าตนเองได้รับผลกระทบในทางที่ไม่ดีจากการกระทำของสื่อว่า สื่อมีอภิสิทธิเหนือคนอื่นหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่า สื่อจะสามารถเปิดโปงพฤติกรรม ตำหนิติเตียน วิพากษ์วิจารณ์ผู้คน องค์กร รัฐและรัฐบาล ได้อย่างเสรี โดยไม่มีใครหรือหน่วยงานใดออกมา ตอบโต้ หรือจัดการกับสื่ออย่างจริงจัง ปล่อยให้สื่อทำอะไรได้ตามใจ จนดูเหมือนว่า สื่อจะมีอภิสิทธิจริงๆ

เมื่อมีคำถามในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ผู้คนอาจเข้าใจจริงๆว่าสื่อมีอภิสิทธิเหนือผู้อื่น ทั้งๆที่ความจริงแล้ว สื่อทั้งในฐานะนิติบุคคลและปัจเจกบุคคลล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับนิติบุคคลและปัจเจกบุคคลอื่นๆ สื่อมีสิทธิ์ที่จะถูกฟ้องร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิช ประมวลกฎหมายอาญา และตามกฎหมายอื่นๆตามฐานความผิด เมื่อสื่อถูกตัดสินว่าทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกัน แต่ทำไมสื่อจึงถูกมองว่ามีอภิสิทธิเหนือคนอื่น…
อ่านเพิ่มเติม

วิทยุชุมชน : Web2.0 บนหน้าปัดวิทยุ

วิทยุชุมชน

ภาพประกอบจาก songpak16.com/chumchon/  

รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ได้เปิดมิติใหม่ๆหลายอย่างให้แก่สังคมไทย  ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่มีผลบังคับใช้  สังคมไทยได้เกิดพัฒนาการใหม่ในหลายด้าน  แม้จะถูกคณะรัฐประหารฉีกทิ้งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก็ยังส่งผลต่อสังคมไทย รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ก็ได้นำหลายสิ่งหลายอย่างจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาบรรจุไว้

            ผลพวงอย่างหนึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ก็คือ การเกิดขึ้นของวิทยุชุมชนซึ่งเป็นสื่อทางเลือกของประชาชน ที่ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของและบริหารจัดการเองได้อย่างเด็ดขาด โดยมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2540 บัญญัติเรื่องการใช้ประโยชน์คลื่นวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ไว้ว่า

            “คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากร สื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ      

            ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่จัดสรร คลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และกำกับดูแลการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม ทั้งนี้ตามที่กฎหมาย บัญญัติ
            การดำเนินการตามวรรคสอง ต้องคำนึงถึง ประโยชน์สูงสุด ของประชาชนใน ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม”

            นั่นคือ การเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าถึงสื่อมากขึ้น  โดยกำหนดให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุให้ชุมชนสามารถเป็นเจ้าของได้  ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เกิดวิทยุชุมชนขึ้นอย่างมากมาย  ทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

            ปัจจัยที่ทำให้วิทยุชุมชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ก็คือ

อ่านเพิ่มเติม