เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข

เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ต่างพร้อมใจกันลงข่าวนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีโอกาสที่จะถูกลอยแพจากพรรคพลังประชาชน เนื่องจากการพูดจาจาบจ้วงหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมานับสัปดาห์แล้ว รวมถึงถูกยื่นถอดถอนจากตำแหน่งในวุฒิสภาโดย พรรคประชาธิปัตย์

ข่าวที่นำมาซึ่งการตีความของสื่อว่านายจักรภพ เพ็ญแข จะถูกลอยแพนั้น อ้างอิงมาจากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ต่อเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าเยี่ยมอวยพรวันเกิด และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความห่วงใยในเรื่องที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน ทั้งยังสำทับว่า นายจักรภพ เพ็ญแข ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง และปฏิเสธข่าวที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ตนจะช่วยเคลียร์ปัญหานี้ให้

ขณะนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข ดูเหมือนตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เนื่องมาจากการพูดจาและท่าทีที่เขาแสดงออกนับตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ อันได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น NBT) รวมถึงกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสื่อสารมวลชน คือ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) โดยทันทีที่เข้าดำรงตำแหน่ง นายจักรภพ เพ็ญแข มีท่าทีที่แข็งกร้าว ประกาศจะใช้อำนาจดำเนินการ “จัดระเบียบสื่อ” ซึ่งในมุมมองของสื่อ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการคุกคามและละเมิดการทำหน้าที่ของสื่อ ขัดกับหลักเสรีภาพที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

นับแต่นั้นมา นายจักรภพ เพ็ญแข กลายเป็นนักการเมืองที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับสื่อ โดนสื่อวิพากษ์วิจารณ์ตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน นายจักรภพ เพ็ญแข ก็อ้างอิงอำนาจในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเรื่องสื่อประกาศที่จะจัดระเบียบสื่ออยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงนับว่า นายจักรภพ เพ็ญแข ใช้การสื่อสารที่แข็งกร้าวเป็นปฏิปักษ์ต่อสื่ออย่างชัดเจน ไม่มีการประนีประนอมในทุกๆเรื่อง โดยอาจลืมไปว่า ตนเป็นนักการเมือง ทุกคำพูดที่พูดออกไปนั้น ย่อมเกิดผลในทางการเมืองทั้งสิ้น จึงทำให้นายจักรภพ เพ็ญแข มีแนวโน้มว่าจะถูกลอยแพทางการเมือง ดังที่สื่อตีความเป็นข่าวโดยพร้อมเพรียงกันดังกล่าว

กรณีที่เกิดขึ้นกับ นายจักรภพ เพ็ญแข ทำให้หวนนึกถึงคำพูดของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับไปแล้วเคยพูดเอาไว้ว่า “คำพูดนั้นก่อนพูดเราเป็นนายมัน พอเราพูดแล้วมันเป็นนายเรา” ซึ่งคำพูดนี้ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน จะคิดเองหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะความสำคัญอยู่ที่ตัวผู้พูดซึ่งเป็นถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ว่าให้ความสำคัญต่อคำพูดของตนเป็นอย่างมาก

พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน ระมัดระวังคำพูดของตนเองเสมอ ก่อนจะพูดสิ่งใดออกไปนั้น เชื่อได้ว่าผ่านการพิจารณากลั่นกรองอย่างรอบคอบว่าเหมาะสมกับกาลเวลา สถานที่ และเหตุการณ์แล้วจึงพูดออกมา ดังนั้นจึงไม่ตกเป็นเหยื่อคำพูดของตนเอง ไม่ว่าก่อนหรือหลังพูดก็สามารถคงสถานะ “เป็นนาย” ของคำพูดตัวเองเสมอ

ด้วยเหตุนี้ สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้แก่ พล.ชาติชาย ชุณหะวัน ว่า “ปลาไหลใส่เสก็ต” นั่นคือมีความหลื่นไหลเอาตัวรอดจากพันธะของคำพูดได้อย่างแนบเนียน หากไม่ถูกคณะรัฐประหาร (รสช.) ยึดอำนาจ (ด้วยข้อกล่าวหาคล้ายกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) คงมีนวัตกรรมทางคำพูดใหม่ๆที่ใช้ในการสื่อสารทางการเมืองถูกประดิดประดอยจากปากของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน เป็นแน่แท้

นายจักรภพ เพ็ญแข นับว่าแตกต่างโดยสิ้นเชิงจาก พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน เพราะคำพูดที่นายจักรภพ เพ็ญแข พูดออกมาแทบทุกคำ ได้กลายเป็น “นาย” ของตนเองในภายหลัง นำมาซึ่งความยุ่งยากอย่างใหญ่หลวง ในขณะที่พูดอาจคิดและเชื่อว่าอำนาจทางการเมืองที่ตนมีอยู่ จะสามารถปกป้องให้พ้นจากผลกระทบที่สะท้อนกลับมาหาตนได้ แต่การณ์กลับไม่เป็นไปเช่นนั้น เพราะนายจักรภพ เพ็ญแข ถูกกระหน่ำจากรอบทิศ ไม่เพียงแต่สื่อที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันเท่านั้น ประชาชนทั่วไปก็สะท้อนความไม่พอใจผ่านการสำรวจความคิดเห็นของสำนักต่างๆ แม้แต่สมาชิกพรรคการเมืองเดียวกันคือพรรคพลังประชาชน ก็ยังแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วยในหลายครั้งหลายหน จนเมื่อล่าสุด ก็มาถึงท่าทีของผู้ที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าของพรรคตัวจริง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกบอกเล่าผ่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จนเป็นที่มาของการพาดหัวข่าวตามสื่อต่างๆ ว่า นายจักรภพ เพ็ญแข จะถูกลอยแพทางการเมือง

สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็คือ นายจักรภพ เพ็ญแข ก็เป็นคนในแวดวงสื่อมวลชนก่อนที่จะเข้าสู่การเมือง จึงน่าจะรู้กลวิธีในการสื่อสารที่ดี โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในตำแหน่งทางการเมือง ที่คำพูดย่อมจะเกิดผลกระทบต่อทั้งสังคมและทั้งสถานะของตนด้วย แต่กลายเป็นว่า เมื่ออยู่ในฐานะนักการเมืองกลับต้องตกเป็นเหยื่อของคำพูดตัวเอง จึงนับว่าเป็นการสื่อสารที่ล้มเหลวเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะแล้ว ยังก่อให้เกิดโทษเป็นโอฐภัยที่วกกลับเข้ามาทำร้ายตัวเองในที่สุด

สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายจักรภพ เพ็ญแข ครั้งนี้ น่าจะเป็นบทเรียนแก่นักการเมืองและบุคคลสาธารณะทั้งหลาย ให้ระมัดระวังในการใช้ถ้อยคำยิ่งขึ้น หากจะให้ดีก่อนจะพูดสิ่งใดออกมา ก็จงนึกถึงคำพูดของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน นั่นคือ “คำพูดนั้นก่อนพูดเราเป็นนายมัน พอเราพูดแล้วมันเป็นนายเรา” จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

เพราะถ้ามีปัญหากับ “นาย” แล้วไม่ว่านายแบบใดก็มีแต่ความยุ่งยากทั้งสิ้น โดยเฉพาะนายที่ออกมาจากปากของตัวเอง.

***
Media Talk Blog ย้ายเข้าบ้านตัวเองที่ http://citizenjournal.kosolnet.com ขอเชิญไปเยี่ยมเยือนด้วยครับ ขอบคุณครับ

Advertisements

4 Responses

  1. เวลาเปลี่ยน คนเราเปลี่ยน–

    สิ่งใด ๆ ล้วนไม่เที่ยงครับ

  2. พูดมากผิดมาก
    พูดน้อยผิดน้อย
    ไม่พูดไม่ผิดเลย

    แต่เป็นนักการเมืองซึ่งเปรียบเสมือนคนของประชาชน
    จะไม่พูดเลยก็คงไม่ได้
    คงต้องใช้วิธีระมัดระวัง

    สรุปว่าเป็นนักการเมืองนี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ

  3. This one worst
    sukiflix.com/watch/b3c2b6e5132a39fae7cb/จักรภพถึงทางตัน

  4. เบื่อมันมากครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: