เมื่อสื่อถูกใช้ปั้นน้ำเป็นตัว อะไรจะขึ้นกับคนและสังคม

เมื่อเช้าวันนี้ (7 พฤษภาคม 2551) ผมฟังวิทยุคลื่น 96.5 อสมท. รายการ “เช้าทันโลก” ขณะขับรถบนท้องถนนอันแออัดด้วยรถยนต์ของกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาหกโมงครึ่งถึงเจ็ดโมง และกลับมาฟังซ้ำที่เว็บไซต์ MCOT  ในตอนเย็น ผู้ดำเนินรายการคือ คุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล ได้พูดคุยกับ    ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วง Big Story ประเด็นที่พูดคุยกันก็คือ “สื่อมวลชนกับความรุนแรง” ฟังแล้วได้เห็นอิทธิพลของสื่อที่มีต่อความคิดและพฤติกรรมของคนชัดเจนขึ้น

ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เป็นนักวิชาการที่เผยแพร่แนวคิดอหิงสา หรือการต่อสู้ด้วยสันติวิธี (Non-Violent) ต่อต้านการใช้ความรุนแรง ซึ่งบทบาทของอาจารย์ชัยวัฒน์ที่ผ่านมา ได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องความคิดอหิงสาอีกคนหนึ่งของสังคมไทย

ประเด็นที่อาจารย์ชัยวัฒน์ได้พุดคุยกับคุณกรรณิการ์ได้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญของสื่อ ในการเปลี่ยนแปลงความคิดของคนให้เกิดการใช้ความรุนแรงได้ โดยได้ยกตัวอย่างสื่อในประเทศระวันดา ในปี 1994โดยเฉพาะวิทยุที่ได้เผยแพร่ข่าวสารคำพูดปลุกเร้าให้เกิดการเกลียดชังกันระหว่างเผ่าพันธุ์ โดยอาจารย์ชัยวัฒน์ได้บอกเล่าถึงการตัดสินของศาลอาญาระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในประเทศระวันดา ปี 2003 เพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าว ศาลได้ตัดสินให้ผู้ประกาศข่าววิทยุ 2 คนกับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ 1 คน ข้อหามีความผิดฐานยุยงให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

เผ่าตุ๊ดซี่กลุ่มน้อยมีอำนาจปกครอง กับอูตูซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่แต่ไม่มีอำนาจในการปกครอง ซึ่งในระยะเวลาไม่นานชนเผ่าอูตูลุกขึ้นมาฆ่าฟันชาวตุ๊ดซี่ตายไปเป็นจำนวนมาก มีการสัมภาษณ์คนลงมือฆ่าฟันคนอื่นว่าวิทยุมีส่วนทำให้ลุกขึ้นมาทำการดังกล่าวหรือไม่ คำตอบที่ได้ก็คือ จำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่า ได้รับอิทธิพลจากวิทยุ และ 42 เปอร์เซ็นต์บอกว่าทำเพื่อชาติ

อาจารย์ชัยวัฒน์ได้ยกตัวอย่างคำพูดของผู้ประกาศข่าวสถานีวิทยุ ที่พูดปลุกเร้าให้คนอูตูเกลียดชังคนตุ๊ดซี่ โดยตอกย้ำอยู่ตลอดเวลาว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นศัตรู หรือเป็น “แมลงสาบ” จึงต้องถูกจำกัด การตอกย้ำซ้ำๆทำให้ผู้ฟังคล้อยตาม ลุกขึ้นมากระทำการฆ่าฟันคนอื่นอย่างโหดเหี้ยม โดยถือว่าเป็นการฆ่าฟันศัตรู ทำเพื่อประเทศชาติ จนสถานีวิทยุดังกล่าวได้รับการเรียกขานว่าเป็นสถานีวิทยุแห่งความตาย

เหตุการณ์ในประเทศระวันดาที่อาจารย์ชัยวัฒน์ได้บอกเล่ามานั้น ทำให้เกิดคำถามต่อไปว่า การใช้สื่อในลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นกับสังคมอื่นๆหรือไม่ คำตอบก็คือ มีอยู่เสมอมา มากบ้างน้อยบ้าง แตกต่างกัน แม้แต่ในประเทศไทยก็มีการใช้สื่อในลักษณะที่ว่านี้ ดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2519 ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งความจริงดังกล่าวเราไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะหลักฐานปรากฏชัดเจน เว้นเสียแต่เราจะไม่ยอมรับในความจริงดังกล่าว

แล้วปัจจุบันนี้ มีโอกาสหรือไม่ที่จะมีการใช้สื่อในลักษณะดังกล่าวในสังคมไทย นั่นคือ การสร้างความรู้สึกเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่ชน จนมองกันเป็นศัตรูที่จะต้องกำจัดไปให้พ้น โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าเป็นศัตรูของชาติ ซึ่งทำให้คนสามารถที่จะลุกขึ้นมากระทำต่ออีกฝ่ายหนึ่งได้โดยรู้สึกว่ามีความชอบธรรม ดังที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 ในประเทศไทย และที่เกิดขึ้นในระวันดา รวมถึงที่อื่นๆอีกซึ่งทำให้มีผู้สูญเสียนับไม่ถ้วน

การกระทำของสื่อหรือการใช้สื่อในลักษณะเช่นนี้ ไม่ต่างจากการสร้างเรื่องเท็จขึ้นมาหลอกลวงผู้คน โดยอาศัยสื่อเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่เรื่องเท็จนั้นในรูปของข่าวสาร การกระทำดังกล่าวย่อมเข้าลักษณะการปั้นน้ำเป็นตัว เสนอข้อมูลเพียงด้านเดียวเพื่อเป้าหมายที่ถูกจัดวางไว้แล้ว ลักษณะเช่นนี้ปัจจุบันมีอยู่ในสังคมไทยหรือไม่ หรือมีแนวโน้มที่จะใช้สื่อเป็นไปในลักษณะนั้นหรือไม่ จำเป็นที่เราคือคนไทยทั้งหลายจะต้องใช้สติปัญญาพิจารณาให้ดี ก่อนจะเชื่อหรือไม่เชื่อสื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่ใช้สื่อ ไม่ว่าจะจากฝ่ายที่มีอำนาจทางการเมือง หรือฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมือง

โดยลำพังตัวของสื่อนั้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อประเภทใด ตามทฤษฎีของการสื่อสารนั้น สื่อมีหน้าที่พื้นฐานอยู่ 4 อย่าง นั่นคือ การให้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความรู้ การให้ความบันเทิง และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งโดยหลักการของการทำหน้าที่ดังกล่าว ก็ล้วนแต่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับทั้งสิ้น

แต่ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ ข่าวสาร หรือข้อมูล หรือความรู้ หรือถ้อยคำโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อนั้น สร้างความโน้มเอียงไปทางหนึ่งทางใดหรือไม่ ผู้ส่งสารหรือผู้ใช้สื่อมีจุดประสงค์จำเพาะเจาะจงที่จะทำผู้ฟังให้เกิดการคล้อยตามจนลุกขึ้นมาทำพฤติกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดตามความต้องการของตนหรือไม่ ดังเช่นที่เกิดขึ้นในระวันดา โดยการส่งสารซ้ำๆอยู่ตลอดเวลา ตอกย้ำให้ผู้ฟังรับรู้อยู่ทุกวัน ให้มองผู้อื่นเป็นศัตรู หรือเป็น แมลงสาบที่จะต้องกำจัดให้สิ้นซาก แม้ผู้นั้นจะเป็นเพื่อนบ้านที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก จนนำไปสู่การฆ่าฟันอย่างน่าสยดสยองที่ช็อกคนทั่วโลก

หากยอมรับความจริงก็จะเห็นว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีการใช้สื่อในลักษณะดังกล่าวอยู่ด้วย แม้จะยังไม่ถึงขนาดปลุกเร้าให้มองอีกฝ่ายเป็นศัตรู เป็นแมลงสาบ เป็นปิศาจที่ต้องกำจัดออกไปให้พ้นจากโลกก็ตาม แต่ก็น่าเป็นห่วงว่า เมื่อความขัดแย้งไม่สามารถแก้ไขได้ สื่อจะถูกใช้ไปในทางที่โน้มน้าวให้ผู้ฟังเกลียดชังอีกฝ่ายมากขึ้นก็เป็นได้

ที่น่าเป็นห่วงมากก็คือ ปัจจุบันสื่อได้รับการพัฒนาให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น และปราศจากการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสื่อทางเลือกคือ วิทยุชุมชน โทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี แม้กระทั่งแผ่น ซีดี วีซีดี ดีวีดี ก็เป็นสื่อที่ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างได้ผล สื่อต่างๆเหล่านี้กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ ผู้ใช้สื่อซึ่งก็คือเจ้าของหรือผู้มีอำนาจในการกำหนดเนื้อหาต่างมีอิสระในการบริหารจัดการอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะยืนอยู่กับฝ่ายที่ตนเห็นด้วย ดังนั้น จึงง่ายต่อการใช้ไปในการปลุกเร้าเพื่อสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น จนนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงในสังคม

ประเด็น “การปั้นน้ำเป็นตัว” ของสื่อที่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทยเมื่อ 30 กว่าปีก่อนจนนำไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลาคมอันโหดร้ายนั้น แม้สื่อจะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้น แต่สื่อก็ถูกใช้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการปลุกเร้าให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงนั้น สร้างความรู้สึกให้ผู้กระทำคิดว่าตนทำในสิ่งที่ถูกต้องทำนองเดียวกับชาวอูตูลุกขึ้นมาฆ่าฟันชาวตุ๊ดซี่ในเหตุการณ์ที่ระวันดา ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนไทย โปรดได้ใช้สื่อและรับสื่ออย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต ทรัพย์สินของผู้คนและสังคมไทย.

(ภาพประกอบ : เหตุการความรุนแรงเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 จาก http://www.2519.net)

Advertisements

2 Responses

  1. เห็นด้วยกับการใช้สื่อและรับสื่ออย่างระมัดระวัง

  2. ขอบคุณครับคุณyawaiamที่มาเยี่ยมบ้านหลังนี้ ทุกคนทำคนละนิดคนละน้อยก็คงดีขึ้นครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: