“อินแฮง” กับคำไทยลูกครึ่งฝรั่งและคำฝรั่งสัญชาติไทย : การสื่อความหมายแบบกลายพันธุ์

ความคิดในการเขียนเรื่องนี้ เกิดจากที่ได้ฟังเพลงทางหน้าปัดวิทยุและดูหนังบรรยายเพลง (Music Video-MV ) ผ่านทางโทรทัศน์และเว็บไซต์อยู่ตูบ (YouTube.com) เพลงที่ว่านี้คือ “อินแฮง” ขับร้องโดย ไอดิน อภินันท์ ที่แสดงเป็นพระเอกใน MV เองด้วย

            เมื่อได้ยินครั้งแรกผ่านรายการ “ลูกทุ่งมหานคร” ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 95 อสมท. ผมติดใจชื่อเพลง “อินแฮง” เป็นคำที่คล้ายว่าจะเข้าใจความหมาย แต่ไม่เข้าใจ  ซึ่งไม่เพียงแต่ผมเท่านั้นที่สงสัย เพราะมีผู้ฟังได้ส่งคำถามไปสอบถามนักจัดรายการ เมื่อได้ฟังนักจัดรายการเฉลยจึงเข้าใจ

      

      คำว่า “อินแฮง” เป็นคำลูกครึ่ง มาจากการผสมกันระหว่างคำว่า “อิน” ในภาษาอังกฤษ กับคำว่า “แฮง” ในภาษาไทย (อีสาน) กลายเป็นคำลูกครึ่งว่า “อินแฮง”

            คำว่า “อิน” ที่มาจากคำภาษาอังกฤษนั้น  มาจากคำว่า “IN” หรือ “INNER” ความหมายที่ใช้กันทั่วไปคือ ใน,ข้างใน, ภายใน

            เมื่อนำมาใช้ในบริบทภาษาไทยที่เข้าใจกันนั้น เป็นไปในลักษณะที่ “เข้าไปอยู่ในใจจนยากที่จะลบล้างออกไปได้” หรือ “เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดขึ้น”  หรือ “เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง” หรือ “เข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก” เช่น “เธอดูหนังเรื่องนี้แล้วอินมาก ร้องห่มร้องไห้สงสารนางเอก” นี่คงพอจะอธิบายความหมายของคำว่า “อิน” ได้ตามที่เข้าใจกัน

            หากพิเคราะห์ตามความหมายของคำว่า “IN” กับ “INNER” ในภาษาอังกฤษกับความหมายที่นำมาใช้ในภาษาไทย ก็มีความแตกต่างกันมากทีเดียว

            ส่วนคำว่า “แฮง”  ในภาษาไทย(อีสาน) ความหมายที่ถอดออกมาตรงตามเสียงก็คือ “แรง” ความหมายโดยนัยก็คือ “มาก”  เมื่อรวมกับ “อิน” เป็น “อินแฮง” ก็พอจะแปลความหมายได้ว่า “เข้าไปอยู่ในใจจนยากที่จะลบล้างออกไปได้” หรือ “เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างมาก” หรือ “เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก” หรือ “เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก”

           พระเภ??นางเภ?? MV เพลง “ภ??นแฮง”

พระเอกนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง “อินแฮง”

 ………เรื่องก็เป็นไปตามความหมายที่ให้ไว้ข้างบนนั้น กล่าวคือ เนื้อเพลงบรรยายถึงความรักของพระเอกที่มีต่อนางเอก เคยรักกันมาก แต่ต่อมานางเอกไปมีแฟนใหม่ แต่พระเอกตัดใจเลิกรักไม่ได้ ดังปรากฏตามฉากเปิดเรื่องใน MV [ดูได้ที่นี่] ที่พระเอกยืนดักหน้ามอเตอร์ไซค์ที่นางเอกซ้อนท้ายมากับแฟนใหม่ นางเอกลงมาต่อว่าพระเอก บอกว่าน้องมีแฟนใหม่แล้ว ให้เลิกตอแยเสียที “น้องบอกแล้วไง ว่าน้องมีแฟนใหม่แล้ว จะมาอินอะไรกับน้องกันนักกันหนา” นางเอกว่างั้น แล้วก็ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แฟนใหม่ไป ทิ้งให้พระเอกอกหักมองตามตาละห้อย     พระเอกก็ร้องเพลงที่มีเนื้อหาบรรยายความรักที่มีต่อนางเอก บอกว่าตนเลิกรักไม่ได้เพราะ “…ใจอ้ายยังฮักบ่มีเปลี่ยนแปลง อินแฮง เด้หล่า…”  หมายความว่า “ใจของพี่นั้นยังรักน้องไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะมันเข้าไปอยู่ในใจพี่จนยากที่จะลบล้างออกไปได้” ทำน้องนี้

            เฮ้อ แค่แปลความหมายบรรยายคำ “อินแฮง” ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะครับ

            เมื่อได้รู้ความหมายของคำว่า “อินแฮง” แล้วทำให้ผมนึกถึงการนำคำจากภาษาอังกฤษ (รวมถึงภาษาอื่นๆด้วย) มาใช้แทนคำภาษาไทย หรือ นำมาผสมกับคำในภาษาไทย ทำให้เกิดความหมายใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากความหมายดั้งเดิมของคำนั้นๆ กลายเป็นลักษณะ “คำอังกฤษสัญชาติไทย” หรือ “คำลูกครึ่งไทย-อังกฤษ” (ภาษาอื่นๆก็เช่นกัน ทั้งฝรั่งชาติอื่นๆ และ จีน แขก ฯลฯ)

            ตัวอย่างของคำภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆของชาติตะวันตก (ขอเรียกรวมว่าฝรั่ง) ที่อยู่ในประเภท “คำฝรั่งสัญชาติไทย” และ “คำลูกครึ่งไทย-ฝรั่ง” ที่ใช้กันอยู่ในภาษาไทย มีมากมาย เช่น

            เวอร์ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า OVER เราตัดพยางค์ต้นออกเหลือเฉพาะพยางค์ท้าย ความหมายเมื่อนำมาใช้ในภาษาไทยยังคงมีเค้าความหมายเดิมอยู่  ความหมายในภาษาอังกฤษก็คือ มาก หรือ มากเกินไป เราใช้ในความหมายนั้น แต่เป็นไปในทำนองไม่ค่อยดี ใช้ในเชิงกระแนะกระแหน เช่น “ยัยคนนั้นแต่งตัวเว่อร์มาก ดูไม่เข้ากับหน้าเลย” เป็นต้น

            ม็อบ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า MOB หมายความว่า ฝูงชนที่บ้างคลั่ง พวกก่อการจลาจล (ดูภาพจำลองของ MOB ขนานแท้ได้ในภาพยนต์เรื่อง Gangs of New York ที่มีฉากปราบม็อบแบบเลือดท่วมเมือง) เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทยกลับหมายความว่า การชุมนุมของมวลชน,กลุ่มคน เพื่อประท้วงหรือแสดงออกในทางการเมืองหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างสงบ  ลองคิดดู ถ้าเกิดชวนฝรั่งว่า “เฮ้ยยู เราไปม็อบที่สนามหลวงกันเถอะ” คงมีฝรั่งน้อยคนที่อยากจะไปร่วม เพราะเข้าใจคนละความหมาย

            สตรอเบอรี่ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า STRAWBERRY เป็นผลไม้ลูกเล็กๆชนิดหนึ่ง รสอร่อย เป็นที่นิยมกันมาก แต่เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทยกลับเป็นคำแสลงของวัยรุ่นเขา มีความหมายว่า โกหกตอแหล  ทีนี้ลองคิดดูนะครับ เกิดมีคนบอกเพื่อนฝรั่งว่า “แหม ยูนี่ สตรอบเบอรี่จัง”  เมื่อรู้ความหมายของคำแสลงแล้ว เพื่อนฝรั่งคงยิ้มไม่ออก

            เดิ้น มาจากคำภาษาอังกฤษว่า MODERN แปลว่า ของใหม่ๆ แบบใหม่ๆ สมัยใหม่ เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทยก็ตัดพยางแรกออก (โปรดสังเกต เรามักตัดคำในภาษาอื่นให้สั้นลงเพื่อให้เรียกง่ายๆ) คำนี้ความหมายก็ยังอยู่ในกรอบเดิม แต่มีความเข้มข้นมากขึ้น  อาจเติมคำภาษาไทยเพิ่มเข้าไปข้างหน้าหรือข้างหลังเพื่อเพิ่มความเข้มข้น เช่น “โคตรเดิ้น” หรือ “เดิ้นมากๆ” หมายความว่า ทันสมัยที่สุดไม่มีใครเท่า เป็นต้น

            ไฮโซ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า High Society มีความหมายว่าชนชั้นสูง ซึ่งเป็นความหมายในทางที่ดี เป็นพวกผู้ดีมีสกุลของชาวอังกฤษเขา เมื่อเรานำมาใช้ก็ตัดคำให้สั้นลงเหลือเพียง “ไฮโซ”  ความหมายก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก  เพราะเรานำมาใช้กับพวกที่ร่ำรวยมีเงินถุงเงินถัง ใครรวยหน่อยก็เรียกไฮโซ มีชีวิตอยู่แบบฟุ้งเฟ้อไร้สาระ อาศัยมีเงิน ออกงานสังคม ก็เป็นไฮโซ  ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ดีมีสกุล” ผู้ร่ำรวย “มีสถุล” เราก็เรียกไฮโซ กันไปหมด ฝรั่งไฮโซจริงๆเมื่อมาเห็นเขาอาร้อง “โอ้มายก๊อด” แบบไม่อยากเชื่อก็เป็นได้

            นี่เป็นตัวอย่างคำที่เรานำมาจากภาษาอื่นมาใช้ในบริบทของสังคมไทยกลายเป็นคำสัญชาติไทย หรือนำมาผสมกับคำไทยเป็นคำใหม่กลายเป็นคำลูกครึ่งไทย-เทศ โดยคำทั้งสองประเภท ทั้ง ที่มีความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เรียกว่าเป็นพวกคำ “กลายพันธุ์” จากความหมายในภาษาเดิม

            นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เป็นเรื่องธรรมดา ที่เกิดขึ้นได้กับทุกภาษา  แม้คำในภาษาเดียวกันแต่ใช้ในต่างสังคมก็มีความหมายที่แตกต่างกันได้ ดังคำหลายคำในภาษาอังกฤษที่ใช้ใน อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย แอฟริกา ก็มีความหมายที่แตกต่างกันได้ ตามสภาพสังคมนั้นๆ

            คำในภาษาไทยก็เช่นกัน  คำๆหนึ่งมีความหมายอย่างหนึ่งในภาษาไทย เมื่อชาวต่างชาตินำไปใช้อาจมีความหมายที่แตกต่างจากเดิมจนไม่เหลือเค้าก็อาจเป็นได้  เหมือนคำภาษอังกฤษที่กลายเป็นคำแสลงในภาษาไทย ดังนั้น คำในภาษาไทยก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นคำแสลงในภาษาอังกฤษได้เช่นกัน  เช่น ต้มยำกุ้ง(Tomyamkung)  นอกจากจะหมายความว่า อาหารไทยชนิดหนึ่งแล้ว ยังมีความหมายว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่เริ่มต้นจากประเทศไทย (Tomyamkung Crisis) อันโด่งดังเมื่อปี 2540 อีกด้วย

            ต่อไปคำว่า “น่าคบ” อาจมีความหมายว่า “น่าตบ” ในคำแสลงของฝรั่งก็อาจเป็นได้

            ภาษาคือเครื่องมือในการสื่อสาร ซึ่งผู้ใช้นำไปใช้เพื่ออธิบายสิ่งต่างๆในสภาพแวดล้อมทางสังคมของตนปัจจุบันการแลกเปลี่ยนกันทางภาษามีมากขึ้นผ่านช่องทางต่างๆ  ดังนั้น แนวโน้มที่รับเอาคำจากภาษาอื่นมาใช้ในภาษาของตนจึงมีมากขึ้น  ในอนาคตข้างหน้า เราคงมีคำต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นมาจากภาษาอื่นๆที่มีความหมายแบบกลายพันธุ์มากยิ่งขึ้น

            คำไหนที่สังคม “อินแฮง” คำนั้นก็จะคงอยู่ต่อไป ส่วนคำไหนที่ไม่ “อิน”  ก็จะค่อยๆตายไปในที่สุด

            ว่าแต่ว่า วันนี้คุณมีคำไหนที่ “อินแฮง” บ้างหรือไม่  ถ้ามีก็บอกด้วยจะได้ช่วย “อิน” อีกแรง เหอๆ.         
……..

Media Talk Blog ย้ายไปอยู่บ้านของตัวเองที่ http://citizenjournal.kosolnet.com ขอเชิญตามไปเยี่ยมเยือนด้วยนะครับ.

           

           

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. ชอบมากค่ะเพลงนี้ตรงกับความเจ็บที่มีอยู่ตอนนี้เลยค่ะ

    รัก
    พี่
    ไอ
    ดิน
    มาก
    อย่า
    ทำ
    ให้
    ผิด
    หวัง
    นะ
    ค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: