วิวาทะ สายัณห์-ยอดรัก : สื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งเอกสารเท่านั้นหรือ?

เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ข่าวเรื่องความขัดแย้งระหว่างนักร้องลูกทุ่งชื่อดังสองคนคือ ยอดรัก สลักใจ กับ สายัณห์ สัญญา ปรากฏตามสื่อทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ และเว็บไซต์ข่าวต่างๆ  โดยฝ่ายแรกคือยอดรัก สลักใจ ป่วยเป็นมะเร็งตับ และมีคนทั้งในและนอกวงการเพลงลูกทุ่งแสดงความเห็นอกเห็นใจและหาทางช่วยเหลือ  อีกฝ่ายคือสายัณห์ สัญญา แสดงความสงสัยว่า ยอดรัก สลักใจ ป่วยเป็นโรคมะเร็งจริงหรือไม่ ทำให้ฝ่ายยอดรัก สลักใจไม่พอใจ โดยเฉพาะคนใกล้ชิด อันได้แก่ลูกชายและเพื่อนนักร้องลูกทุ่งชื่อดังคือ เสรี รุ่งสว่าง ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือด จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต  ถึงขนาดมีผู้ใหญ่ในวงการลูกทุ่งออกมาระงับศึก  และในที่สุด ยอดรัก สลักใจ ก็ประกาศเป็นฝ่ายหยุด  เรื่องจึงจบลง

ยภ??รัก สลักใจกรณีการวิวาทะจนกลายเป็นเรื่องวิวาทผ่านสื่อของสองนักร้องลูกทุ่งยอดนิยมทั้งคู่ในครั้งนี้  เป็นการทะเลาะกันเพราะสื่อโดยแท้ กล่าวคือ สายัณห์ สัญญา ให้สัมภาษณ์สื่อสิ่งพิมพ์ฉบับหนึ่ง  สื่อนำไปตีพิมพ์เผยแพร่  สร้างความไม่พอใจให้แก่ฝ่ายยอดรัก จึงออกมาตอบโต้  จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็ตอบโต้กันผ่านสื่อ  โดยที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันเลย  สื่อทั้งหลายเป็นฝ่ายนำคำพูดของอีกฝ่ายไปสู่อีกฝ่าย ทั้งทางตรงก็คือ ผ่านนักข่าวที่ไปสัมภาษณ์ และทางอ้อมคือ ผ่านสื่อที่เผยแพร่ ทำให้ต่างฝ่ายต่างหยิบเอาคำพูดของอีกฝ่ายขึ้นมาอ้างอิงแล้วตอบโต้กันไปมาผ่านสื่อ

 ในที่นี้ จะไม่ก้าวล่วงไปตัดสินว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ใครเป็นฝ่ายถูก ใครเป็นฝ่ายผิด แต่จะขอพิจารณาถึงบทบาทของสื่อ ในฐานะที่เป็นตัวกลางในการนำสารจากฝ่ายหนึ่งไปสู่อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งก็คือการทำหน้าที่ของสื่อ เพราะเมื่อประมวลจากคำพูดของทั้งสองฝ่าย และคำถามของบรรดาผู้สื่อข่าวทั้งหลาย นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

ผมได้ดูและฟังผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ทั้งสายัณห์ สัญญา และยอดรัก สลักใจ จากโทรทัศน์หลายครั้ง  ผู้สื่อข่าวล้วนแต่นำคำพูดของฝ่ายหนึ่งที่พูดถึงฝ่ายหนึ่งมาบอกเล่าให้ฟังแล้วถามความเห็น  แน่นอนว่า คำพูดหรือ “สาร” ที่นำมาบอกเล่านั้น ย่อมเป็นคำพูดหรือ “สาร” ที่ก่อให้เกิดผลในทางลบแก่ผู้รับสาร  ดังนั้น  คำตอบที่ได้ก็ย่อมเป็นไปในทางลบต่อเจ้าของสารที่ผู้สื่อข่าวได้หยิบยกมา  จึงเป็นที่แน่นอนว่า “สาร” ที่ออกมาจากผู้รับสารก็ย่อมเป็นไปในทางลบต่อผู้ส่งสาร ซึ่งสื่ออันหมายถึง ผู้สื่อข่าวและหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ที่ผู้สื่อข่าวนั้นสังกัดอยู่ ก็จะนำสารอันเป็นกลับไปยังผู้ส่งสารอีกครั้ง

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ขอแสดงแผนภูมิให้เห็นพัฒนาการของกรณีดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ 3 ช่วงตอน ดังนี้

อ่านเพิ่มเติม

“อินแฮง” กับคำไทยลูกครึ่งฝรั่งและคำฝรั่งสัญชาติไทย : การสื่อความหมายแบบกลายพันธุ์

ความคิดในการเขียนเรื่องนี้ เกิดจากที่ได้ฟังเพลงทางหน้าปัดวิทยุและดูหนังบรรยายเพลง (Music Video-MV ) ผ่านทางโทรทัศน์และเว็บไซต์อยู่ตูบ (YouTube.com) เพลงที่ว่านี้คือ “อินแฮง” ขับร้องโดย ไอดิน อภินันท์ ที่แสดงเป็นพระเอกใน MV เองด้วย

            เมื่อได้ยินครั้งแรกผ่านรายการ “ลูกทุ่งมหานคร” ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 95 อสมท. ผมติดใจชื่อเพลง “อินแฮง” เป็นคำที่คล้ายว่าจะเข้าใจความหมาย แต่ไม่เข้าใจ  ซึ่งไม่เพียงแต่ผมเท่านั้นที่สงสัย เพราะมีผู้ฟังได้ส่งคำถามไปสอบถามนักจัดรายการ เมื่อได้ฟังนักจัดรายการเฉลยจึงเข้าใจ

      อ่านเพิ่มเติม

วิทยุชุมชน : Web2.0 บนหน้าปัดวิทยุ

วิทยุชุมชน

ภาพประกอบจาก songpak16.com/chumchon/  

รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ได้เปิดมิติใหม่ๆหลายอย่างให้แก่สังคมไทย  ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่มีผลบังคับใช้  สังคมไทยได้เกิดพัฒนาการใหม่ในหลายด้าน  แม้จะถูกคณะรัฐประหารฉีกทิ้งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก็ยังส่งผลต่อสังคมไทย รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ก็ได้นำหลายสิ่งหลายอย่างจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาบรรจุไว้

            ผลพวงอย่างหนึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ก็คือ การเกิดขึ้นของวิทยุชุมชนซึ่งเป็นสื่อทางเลือกของประชาชน ที่ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของและบริหารจัดการเองได้อย่างเด็ดขาด โดยมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2540 บัญญัติเรื่องการใช้ประโยชน์คลื่นวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ไว้ว่า

            “คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากร สื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ      

            ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่จัดสรร คลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และกำกับดูแลการ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม ทั้งนี้ตามที่กฎหมาย บัญญัติ
            การดำเนินการตามวรรคสอง ต้องคำนึงถึง ประโยชน์สูงสุด ของประชาชนใน ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม”

            นั่นคือ การเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าถึงสื่อมากขึ้น  โดยกำหนดให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุให้ชุมชนสามารถเป็นเจ้าของได้  ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เกิดวิทยุชุมชนขึ้นอย่างมากมาย  ทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

            ปัจจัยที่ทำให้วิทยุชุมชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ก็คือ

อ่านเพิ่มเติม

สงครามผ่านสื่อ : ผู้บริโภคคือเหยื่อที่แท้จริง

Medai of wars ปัจจุบันสื่อมีความหลากหลายและเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น  นอกจากช่องทางแบบเก่าคือ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมห์แล้ว มีช่องทางใหม่ๆผ่านสื่อดิจิตอล ได้แก่ เว็บ บล็อก โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (ipod) ข้อมูลข่าวสารทั้งหลายจึงทะลักสู่ผู้รับเป็นจำนวนมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ส่งข่าวสารจึงกลายเป็นผู้กำหนดการรับรู้ข่าวสารของผู้รับไปโดยปริยาย

ตามทฤษฎีของนักคิดด้านสังคมคนสำคัญคือ มิเชล ฟูโกต์(Michel Foucault) เสนอว่า  สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างและรักษาอำนาจของเจ้าของสื่อหรือผู้ที่สามารถควบคุมสื่อไว้ในมือ  อธิบายได้ว่า การใช้สื่อเผยแพร่แนวคิด อุดมคติ ความเชื่อ ให้แก่คนทั้งหลาย ตอกย้ำซ้ำเติมอยู่ตลอดเวลา จนผู้ที่รับข่าวสารเกิดความคล้อยตาม เชื่อ และทำตามผู้ที่เป็นเจ้าของหรือควบคุมสื่อต้องการในที่สุด

จะเห็นได้ชัดเจนในทางการเมืองที่รัฐจะใช้สื่อในการสร้างอุดมการณ์ทางการเมืองขึ้น ให้คนในชาติเกิดความ มีความคิดความเชื่อเป็นหนึ่งเดียว คล้อยตามการชี้นำของรัฐ  นำไปสู่การจงรักภักดีต่อรัฐ  จนในที่สุดรัฐหรือรัฐบาลสามารถบงการประชาชนให้เชื่อฟังและทำตามความต้องการได้  การอยู่ในอำนาจของรัฐบาลและรักษาอำนาจของตนก็ทำได้โดยง่ายดาย

ปัจจุบัน สื่อก็เป็นเครื่องมือ ในการสร้างอำนาจให้แก่ผู้ใช้สื่ออยู่เช่นเดิม  เพียงแต่อำนาจที่ว่านั้น ไม่ใช่อำนาจทางการเมืองเสมอไป  เพราะการเป็นเจ้าของสื่อไม่ได้จำกัดอยู่ที่รัฐเพียงเท่านั้น  เอกชนก็สามารถเป็นเจ้าของสื่อได้  ดังนั้น ผู้ที่ใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างและรักษาอำนาจของตน จึงเปิดกว้างมากขึ้น  แต่ทั้งนี้ก็ยังอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมของรัฐ ผ่านการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ

เมื่อการเป็นเจ้าของสื่อเปิดกว้างขึ้น การใช้สื่อก็กว้างขวางขึ้น ผู้ที่มีสื่อในมือก็สามารถใช้สื่อเป็นประโยชน์แก่ตนเองได้อย่างแทบไม่มีข้อจำกัด เช่น

อ่านเพิ่มเติม

สงครามสื่อ CD VCD DVD ต้นทุนต่ำ ราคาถูก และได้ผล

Cd-vcd-dvdเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ทำให้การผลิตสินค้าได้เป็นปริมาณมาก  โดยใช้เวลาน้อย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง ขายราคาถูก ผู้ซื้อมีกำลังในการซื้อ ในหลายกรณีสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกได้  เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักและทดลองใช้สินค้า

แผ่นกลมๆที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพลาสติกสงเคราะห์ที่เรียกกันว่า CD ก็เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ผลิตได้ทีละมากๆ  ทำให้ต้นทุนต่ำลง แผ่น CD ที่ขายปลีกอยู่ทั่วไปขนากความจุ 700 เม็กกะไบต์ ราคาแผ่นละไม่ถึง 10 บาท ซึ่งแผ่น CD ดังกล่าวสามารถนำมาใช้บันทึกข้อมูลได้ทั้งภาพและเสียง  รวมถึงแผ่น DVD ที่มีความจุมากกว่าปัจจุบันก็ราคาถูกลงเป็นอันมาก

เมื่อแผ่น CD ราคาถูกลง รวมถึงเครื่องเล่น CD,VCD,DVD ก็ราคาถูกลง ปัจจุบันราคาต่ำสุดก็ไม่ถึง 1,000 บาทแล้ว ทำให้ผู้คนทุกระดับชั้นรายได้ใช้มีกำลังซื้อกันอย่างถ้วนหน้า  นำไปสู่การผลิตสื่อในรูปแผ่น CD,VCD,DVD มีช่องทางในการจำหน่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องบันเทิงเริงรมย์  ได้รับความนิยมเผยแพร่ในรูปแผ่น CD,VCD,DVD กันอย่างแพร่หลาย

แผ่น CD,VCD,DVD จึงกลายเป็นสื่อต้นทุน ราคาถูก เข้าถึงผู้บริโภคทุกครัวเรือน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้วในปัจจุบัน

การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร จึงนิยมทำผ่านแผ่น CD,VCD,DVD มากขึ้น  ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน และบุคคลธรรมดา  ที่นิยมบันทึกข้อมูลเรื่องราวต่างๆลงแผ่น CD,VCD,DVD เพื่อแจกจ่ายแก่กลุ่มเป้าหมาย 

อิทธิพลของสื่อประเภทนี้ เท่าที่ทราบยังไม่มีการทำวิจัยทางวิชาการให้เห็น (หรือมีแล้วแต่ผู้เขียนไม่ทราบก็อาจเป็นได้)  แต่เท่าที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ นับว่าสื่อ CD,VCD,DVD ได้มร้างผลสะเทือนให้เกิดขึ้นแก่สังคมอยู่ไม่น้อย  เช่น

อ่านเพิ่มเติม

เชิญร่วมตอบแบบสอบถาม Thailand Blog Reader Survey 2008

Thailand Blog Reader Survey 2008 

บล็อก Keng.com ได้จัดทำแบบสอบถามสำรวจข้อมูลการอ่านบล็อกขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาบล็อกไทย จึงขอเชิญชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ผ่านมาทางนี้ และยังไม่รู้ข่าว ได้ไปช่วยตอบแบสอบถามดังกล่าวให้มากๆครับ เพื่อช่วยกันพัฒนาบล็อกไทย

อ่านรายละเอียดที่นี่ ครับ

ป.ล. ฉันยังมีชีวิตอยู่…คอยดูในตู้จดหมาย

Letter

ทุกเย็นเมื่อกลับจากทำงานจนถึงบ้าน  สิ่งหนึ่งที่คนทั้งหลายจะต้องทำก็คือดูที่ตู้จดหมาย ว่าจะมีใครส่งอะไรมาถึงบ้าง 

เมื่อมีจดหมายอยู่ในตู้ ความรู้สึกของเจ้าของตู้รับจดหมายก็คือ ดีใจที่ยังมีคนส่งข่าวมาถึง แม้ว่าเมื่อดูใกล้แล้วจะเป็นจดหมายทวงหนี้ อันได้แก่ ค่าอะไรต่อมิอะไรต่างๆ  ซึ่งอาจทำให้ความดีใจหายไปบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา

แต่ถ้าหากมีจดหมายจากเพื่อนพ้องน้องพี่ คนรู้จัก  ส่งข่าวมาถึง  คนที่ได้รับจดหมายนอกจากจะดีใจแล้ว ยังมีความสุขเพิ่มขึ้นอีก เพราะสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ด้วยใจ  ทำให้มีความสุข นั่นคืออิทธิพลของจดหมายที่มีต่อคนมายาวนาน

จดหมายคือสื่อชนิดหนึ่งที่เป็นช่องทางการส่งสารจากผู้ส่งไปสู่ผู้รับ  น่าจะเป็นการสื่อสารยุคโบราณเพียงอย่างเดียวที่ยังสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้  แม้การสื่อสารที่เกิดมาทีหลังอย่างโทรเลขก็หมดความหมายลงแล้ว เมื่อเทคโนโลยีโทรคมนาคมได้รับการพัฒนาขึ้นมาจนทำให้คนพูดคุยกันได้ทุกแห่งทุกหนหลายช่องทางและทำได้ตลอดเวลา แต่สำหรับจดหมายนั้น  ยังคงมีบทบาทสำคัญในการรับและส่งสาร จากผู้ส่งไปยังผู้รับ  และจะยังคงอยู่อีกต่อไปเป็นเวลานานอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม

ThaiOpenID.net ชุมนุมไทยผู้ใช้และผู้พัฒนา OpenID

Thai Open IDผมขอนำข้อเขียนของคุณไวพจน์ จากบล็อกของเขาคือ  Waipot.com ที่เขาเขียนประชาสัมพันธ์เวบฟอรั่มใหม่ ThaiOpenID.net ชุมนุมไทยผู้ใช้และผู้พัฒนา OpenID ซึ่งจะเป็นประโยชนืแก่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่อไปภายหน้า จะเป็นประโยชน์อย่างไรนั้น ขอเชิญอ่านได้จากข้อเขียนของเขาที่ผมยกมาโดยไม่ตัดทอน นับตั้งแต่ย่อหน้าถัดไปนี้…

* * *

OpenID เป็นระบบหนึ่งที่ทำให้เราสามารถใช้ URL เป็นข้อมูลระบุตัวตน (Identity) ที่เราสามารถใช้ลงชื่อ (Sign in หรือ Log in) เข้าสู่เวบไซต์ต่างๆ ที่เปิดรับมาตรฐาน OpenID นี้ได้ โดยที่เราไม่ต้องสมัครเป็นสมาชิกของแต่ละเวบไซต์ทุกครั้ง ประโยชน์ก็คือ เราไม่ต้องจำชื่อและรหัสผ่านของเราในแต่ละเวบไซต์ จึงเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้ยิ่ง

ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังของ OpenID คือ การระบุตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต เปรียบเหมือนการทำบัตรประจำตัวประชาชน ที่ใช้ระบุความแตกต่างของแต่ละบุคคล เช่น ชื่อสกุล รูปถ่ายใบหน้า วันเดือนปีเกิด ภูมิลำเนา เชื้อชาติ และ ศาสนา เป็นต้น ดังนั้น OpenID จึงถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ปฏิวัติโลกไซเบอร์ ด้วยการแจ้งตัวตนที่แท้จริงบนโลกอินเทอร์เน็ต ในอนาคตไม่แน่ว่า OpenID อาจจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็อาจเป็นได้

OpenID เพิ่งเริ่มพัฒนาได้ไม่นานนี้ และ ยังไปได้ไม่ไกลนัก ในเมืองไทย กระแส OpenID เริ่มมีบ้าง แต่อย่างแผ่วเบา หากคนไทยยังไม่เริ่มต้นศึกษาไปพร้อมๆ กับชนชาติอื่นแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยไป เราจะกลายเป็นผู้ที่ตามหลัง และ ล้าหลังในด้านนี้ ดังนั้น ThaiOpenID.net จึงเกิดขึ้น เพื่อผลักดันการใช้งานและการพัฒนาของ OpenID ในเมืองไทย

ThaiOpenID.net เวบไซต์ที่ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ เป็นชุมนุมออนไลน์เสรี ที่พูดคุยกันเกี่ยวกับ OpenID โดยเฉพาะ ในขณะที่ OpenID ยังเป็นเรื่องใหม่ ที่ยังไม่มีใครรู้มากกว่าใคร ดังนั้นการใช้ระบบเวบบอร์ด เพื่อตั้งกระทู้ถาม-ตอบ อาศัยการสุมหัวของสมาชิกเป็นแรงผลักจึงน่าจะเหมาะสมที่สุด จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ThaiOpenID.net

———-

ปล. ขอความกรุณาทุกท่านที่ผ่านมา เป็นแรงสนับสนุน ช่วยประชาสัมพันธ์ ThaiOpenID.net โดยการคัดลอกข้อความข้างบนนี้(ซึ่งผมอนุญาตอย่างถูกต้อง) ตีแผ่ลงไปในเวบไซต์หรือบลอกของท่าน ขอขอบพระคุณยิ่ง

* * *

ก็ยืนยันเห็นด้วยตามที่คุณไวพจน์บอกไว้ครับ–โกศล อนุสิม

Big Blog : Suthichai yoon – ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก

Suthichai Yoon’s BlogBlog เป็นทั้งสื่อและเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทรงพลัง    พลังของบล็อกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆได้  เช่น เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ  ซึ่งสื่อหลักอื่นๆไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่บล็อกเกอร์นำมาเผยแพร่ผ่านบล็อกได้อย่างฉับพลันทันที  ล่าสุด เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศูนย์การค้าในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า โลกได้รู้ข่าวครั้งแรกผ่านบล็อก

เมื่อเป็นเช่นนี้  คนทั้งหลายจึงนิยมเขียนบล็อกเผยแพร่ความคิดที่ตนคิดและข้อมูลที่ตนมี  ออกสู่สายตาสาธารณชน เป็นสื่อที่สามารถส่งสารได้อย่างไม่จำกัด  ทั้งเวลา สถานที่ และชนิดของสาร

คนใหญ่คนโตในทุกแวดวงจึงมีบล็อกของตนเองเพื่อที่จะสื่อสารกับคนอื่นๆ  และในที่นี้ผมขอคุยถึงบล็อกของ สุทธิชัย หยุ่น  คนใหญ่แห่งเครือเนชั่น ซึ่งชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรเพิ่มเติม 

ผมยอมรับว่าเป็นแฟนประจำของ สุทธิชัย หยุ่น มานานแล้ว  คอลัมน์กาแฟดำ ของเขานั้นเป็นคอลัมน์แรก หรือไม่เกินลำดับที่สามที่ต้องอ่านเมื่ออ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  แม้ว่าหลายๆครั้งผมจะไม่เห็นด้วย หรือเห็นขัดแย้งกับสิ่งที่เขานำเสนอผ่านคอลัมน์นั้น แต่ก็ต้องอ่าน เหมือนดื่มกาแฟแหละครับ  ถึงบางครั้งจะไม่อร่อยแต่ก็ต้องดื่ม

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นรึ…

อ่านเพิ่มเติม

Blog Brand and Brand Blog (จบ): Trawut.com ผู้สร้างความรวยด้วย Google

Trawut.com 

หากยกย่อง สิทธิศักดิ์ บุญมาก แห่ง Makemoney.com เป็นเจ้าพ่อแห่งการตลาดที่ยึดแนวทาง “รวยด้วย Amazon”  ผู้ที่สมควรยกย่องให้เป็นเจ้าพ่อแห่งการตลาดที่ยึดแนวทาง “รวยด้วย Google” ย่อมต้องเป็น ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ผู้ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจกับ Google.com ทั้ง  Google Adword กับ Google Adsend และ ธุรกิจ Affiliate อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ Google ขาใหญ่แห่งวงการ Search Engine ของโลก ที่ Bill Gates เจ้าพ่อแห่ง Microsoft และเป็นบุรุษที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ถือว่าเป็นคู่แข่งที่ต้องการเอาชนะให้ได้  ด้วยการพยายามซื้อ Yahoo.com อันเป็น Search Engine อันดับสองรองจาก Google อยู่ในขณะนี้  ซึ่งยังตกลงกันไม่ได้

            ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ สร้างบล็อก Trawut.com ขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจกับ Google ซึ่งคนทั่วโลกได้ทำและประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง  ดังนั้น จึงเป็นช่องว่างให้ ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งได้สร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมา

            Trawut.com กลายเป็นแหล่งชุมนุมของคนทำธุรกิจกับ Google ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ในการทำธุรกิจออนไลน์  โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ เขียนบทความ ข้อแนะนำ และข่าวสารข้อมูลต่างๆให้สมาชิกและผู้สนใจได้อ่านและแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง รวมถึงบทความที่เขียนขึ้นนั้นได้อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ต่อไปได้  โดยมีเงื่อนไขให้อ้างอิงแหล่งที่มาตามรูปแบบที่ผู้เขียนได้กำหนดไว้ รวมทั้งยังได้จัดทำเว็บไซต์และบล็อกแยกตามเรื่องเฉพาะขึ้นอีก เช่น Googlemakemerich.com, Adwords-eclass.com เป็นต้น

            กลยุทธ์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้อ่านกลับมาที่บล็อก Trawut.com ก็คือ การสื่อสารกับสมาชิกด้วยการส่งอีเมล์บทความและข่าวสารใหม่ๆไปให้ทุกครั้ง  ทำให้กระตุ้นเตือนความจำและทำให้เกิดความสนใจในการกลับมาหาข้อมูลอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม

Blog Brand and Brand Blog (2): กรณีศึกษา Blog Brand ของ iDayBlog.com และ Makemany.com

idayblog01.jpg          

เมื่อตอนที่แล้วได้พูดถึงที่มาที่ไปของบล้อกและการสร้าง Blog Brand ในตอนนี้จะขอยกตัวอย่าง Blog กับBlogger  ไทยขึ้นมาใช้เป็นกรณีศึกษา เพื่อให้นักเรียนนิเทศศาสตร์และการสื่อสารรวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ได้พิจารณาเป็นเบื้องต้น คือ

            1. iDayBlog.com: แบรนด์ของบล็อกเกอร์สร้างบล็อก บล็อก iDayBlog.com จัดทำโดย เดชา ไชยเมือง  จบการศึกษาจากคณะเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีอีเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี  มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการทำบล็อกด้วย software สำเร็จรูป Word Press ซึ่งเป็น blogsoftware ประเภท freeware ที่นิยมกันเป็นอย่างมาก โดยผู้ใช้สามารถนำมาพัฒนาต่อและแจกจ่ายกันใช้ทั่วโลก ซึ่ง เดชา ไชยเมือง  ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานเป็นอย่างดี  จนการเขียนหนังสือออกเผยแพร่แล้ว 2 เรื่อง คือ “Word Press กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” กับ “รวยฮิตติดเว็บบล็อก Word Press Cptimization 2” ซึ่งหนังสือทั้งสองเล่มนับเป็นคู่มือในการสร้างบล็อกด้วย Word Press ครั้งแรกในภาษาไทย

            ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญในการสร้างบล็อกด้วย Word Press เดชา ไชยเมือง จึงสร้างแบรนด์ให้ตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำบล็อกด้วย Word Press ซึ่งบล็อกของเขาคือ iDayBlog.com เป็นแหล่งให้ข้อมูล ความรู้ ข่าวสารเรื่อง Word Press โดยเฉพาะ มีกระดานสนทนา ถาม-ตอบปัญหา แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในหมู่ผู้ใช้ Word Press ชาวไทย

            การเปิดเผยข้อมูล ความรู้ ข่าวสาร อย่างไม่ปิดบัง และตอบปัญหาในการใช้งานอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา ทำให้เดชา ไชยเมือง ได้รับการยอมรับ  โดยเห็นได้จากจำนวนผู้เข้าชมบล็อกมีเป็นจำนวนมาก  และคงจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

            นับได้ว่า การสร้างแบรนด์ของ iDayBlog.com ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง นั่นคือ iDayBlog.com ได้กลายเป็น Brand Name ของการทำบล็อกด้วย Word Press ของไทย และเป็นเครื่องหมายการค้าของ เดชา ไชยเมือง หากผู้ใช้ Word Press มีปัญหาในการใช้งาน ย่อมนึกถึง iDayBlog.com และ เดชา ไชยเมืองเป็นอันดับต้นๆ

อ่านเพิ่มเติม

Blog Brand and Brand Blog (1) : การสร้างยี่ห้อให้บล็อก

kosoltalkblog.png

 บล็อก หรือ Blog นับวันแต่จะกลายเป็นสื่อที่ทรงพลังมากขึ้น อัตราการเติบโตของ Blog สัมพันธ์กับอัตราการการขยายตัวของคนใช้อินเตอร์เน็ต และอัตราขายายตัวของการใช้อินเตอร์เน็ตก็นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอะไรอีกหลายๆอย่าง ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือในการใช้อินเตอร์เน็ตอันประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ ทั้งส่วนของ Hardware และ Software การค้าขายทางอินเตอร์เน็ต การโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต การให้บริการอื่นๆผ่านอินเตอร์เน็ต คิดมูลค่าเป็นเงินแล้วมากมายมหาศาล จนไม่อาจสามารถคำนวณจำนวนเงินที่แท้จริงที่เกิดขึ้นจากการใช้อินเตอร์เน็ตได้

            Blog มีบทบาทอันสำคัญยิ่งในการดำเนินกิจกรรมต่างๆดังกล่าว  เพราะเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารดำเนินการทั้งหลายทั้งปวงระหว่างผู้คนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหล่านั้น

            ในการใช้งานนั้น บล็อกเป็นทั้งร้านค้าขายสินค้า เป็นทั้งสื่อโฆษณาสินค้า เป็นทั้งที่ทำธุรกรรมการเงิน  เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นสถานีวิทยุ เป็นโรงภาพยนตร์ เป็นแม้กระทั่งที่พบปะพูดคุยกันทุกเรื่องของคนที่อยู่ทุกมุมโลก ซึ่งสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง

            การศึกษาเรื่องบล็อกอย่างรอบด้าน นับเป็นสิ่งจำเป็นของนักสื่อสารสมัยใหม่ นักเรียนนิเทศศาสตร์ หรือนักเรียนการสื่อสาร ควรที่จะให้ความสนใจเรื่องบล็อกเป็นพิเศษ เพราะขณะนี้บล็อกเป็นทั้งเครื่องมือและช่องทางการสื่อสารที่สำคัญบนโลกออนไลน์

            ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า บล็อกมีอัตราขยายตัวสูง โดยมีเพิ่มขึ้นนับหมื่นๆบล็อกในแต่ละวัน  เนื้อหาเป็นไปตามความสนใจของคนเขียนบล็อก   และสิ่งที่เจ้าของบล็อกหรือ Blogger ต้องการมากที่สุด ย่อมเป็นผู้อ่าน  เพราะบล้อกใดก็ตามแม้จะเขียนดีเพียงใด ถ้าไม่มีผู้อ่าน  บล็อกนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็นบล็อกร้าง  จน Blogger เองอาจหมดกำลังใจเลิกเขียนไปเลย

            ในทางตรงกันข้าม ถ้าบล็อกใดมีคนอ่าน หรือที่เรียกกันเป็นศัพท์เฉพาะว่า Traffic มาก  บล็อกนั้นย่อมนำไปสู่การเป็นชุมชนบนโลกออนไลน์  เมื่อกลายเป็นชุมชนแล้วขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ คือมีผู้อ่านรายใหม่ๆเพิ่มขึ้น  ย่อมทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารกันมากขึ้น  นำไปสู่การทำธุรกรรมต่างๆทั้งโดยเจ้าของบล็อกและผู้มาเยือน  เช่น การใช้บล็อกเป็นช่องทางหารายได้ ซึ่งมีอยู่มากมายหลายวิธี  หรือการใช้บล็อกสร้าง  แบรนด์หรือยี่ห้อให้แก่ Blogger รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้แก่บล็อกเองด้วย

อ่านเพิ่มเติม