<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Media.Talk.Blog &#187; สื่อสารการเมือง</title>
	<atom:link href="http://mediatalkblog.wordpress.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mediatalkblog.wordpress.com</link>
	<description>คิดและคุยเรื่องสื่อ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Jun 2009 22:54:11 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='mediatalkblog.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/fe96b1bc75c5b83d2423d05253365aed?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Media.Talk.Blog &#187; สื่อสารการเมือง</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://mediatalkblog.wordpress.com/osd.xml" title="Media.Talk.Blog" />
		<item>
		<title>เหยื่อโอฐภัยจากการสื่อสารของ จักรภพ เพ็ญแข</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/05/21/communication-fail/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/05/21/communication-fail/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 May 2008 06:52:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[จักรภพ เพ็ญแข]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติชาย ชุณหะวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ต่างพร้อมใจกันลงข่าวนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีโอกาสที่จะถูกลอยแพจากพรรคพลังประชาชน เนื่องจากการพูดจาจาบจ้วงหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมานับสัปดาห์แล้ว รวมถึงถูกยื่นถอดถอนจากตำแหน่งในวุฒิสภาโดย พรรคประชาธิปัตย์  
ข่าวที่นำมาซึ่งการตีความของสื่อว่านายจักรภพ  เพ็ญแข จะถูกลอยแพนั้น อ้างอิงมาจากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ต่อเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าเยี่ยมอวยพรวันเกิด และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความห่วงใยในเรื่องที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน  ทั้งยังสำทับว่า นายจักรภพ เพ็ญแข ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง  และปฏิเสธข่าวที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ตนจะช่วยเคลียร์ปัญหานี้ให้

ขณะนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข ดูเหมือนตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เนื่องมาจากการพูดจาและท่าทีที่เขาแสดงออกนับตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ อันได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น NBT) รวมถึงกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสื่อสารมวลชน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=102&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ต่างพร้อมใจกันลงข่าว<strong>นายจักรภพ เพ็ญแข</strong> รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีโอกาสที่จะถูกลอยแพจากพรรคพลังประชาชน เนื่องจากการพูดจาจาบจ้วงหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมานับสัปดาห์แล้ว รวมถึงถูกยื่นถอดถอนจากตำแหน่งในวุฒิสภาโดย พรรคประชาธิปัตย์  </p>
<p>ข่าวที่นำมาซึ่งการตีความของสื่อว่านายจักรภพ  เพ็ญแข จะถูกลอยแพนั้น อ้างอิงมาจากคำให้สัมภาษณ์ของ <strong>พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ</strong> ต่อเรื่องที่ <strong>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</strong> เข้าเยี่ยมอวยพรวันเกิด และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความห่วงใยในเรื่องที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน  ทั้งยังสำทับว่า นายจักรภพ เพ็ญแข ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง  และปฏิเสธข่าวที่นายจักรภพ เพ็ญแข กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ตนจะช่วยเคลียร์ปัญหานี้ให้<br />
<span id="more-102"></span></p>
<p>ขณะนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข ดูเหมือนตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เนื่องมาจากการพูดจาและท่าทีที่เขาแสดงออกนับตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสื่อของรัฐ อันได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น NBT) รวมถึงกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสื่อสารมวลชน คือ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท.) โดยทันทีที่เข้าดำรงตำแหน่ง นายจักรภพ เพ็ญแข มีท่าทีที่แข็งกร้าว ประกาศจะใช้อำนาจดำเนินการ “จัดระเบียบสื่อ”  ซึ่งในมุมมองของสื่อ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการคุกคามและละเมิดการทำหน้าที่ของสื่อ  ขัดกับหลักเสรีภาพที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ</p>
<p>นับแต่นั้นมา นายจักรภพ  เพ็ญแข กลายเป็นนักการเมืองที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับสื่อ โดนสื่อวิพากษ์วิจารณ์ตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน นายจักรภพ เพ็ญแข ก็อ้างอิงอำนาจในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเรื่องสื่อประกาศที่จะจัดระเบียบสื่ออยู่ตลอดเวลาเช่นกัน</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงนับว่า นายจักรภพ  เพ็ญแข ใช้การสื่อสารที่แข็งกร้าวเป็นปฏิปักษ์ต่อสื่ออย่างชัดเจน ไม่มีการประนีประนอมในทุกๆเรื่อง  โดยอาจลืมไปว่า ตนเป็นนักการเมือง  ทุกคำพูดที่พูดออกไปนั้น ย่อมเกิดผลในทางการเมืองทั้งสิ้น  จึงทำให้นายจักรภพ เพ็ญแข  มีแนวโน้มว่าจะถูกลอยแพทางการเมือง ดังที่สื่อตีความเป็นข่าวโดยพร้อมเพรียงกันดังกล่าว</p>
<p>กรณีที่เกิดขึ้นกับ นายจักรภพ เพ็ญแข ทำให้หวนนึกถึงคำพูดของ <strong>พล.อ.ชาติชาย  ชุณหะวัน </strong>อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับไปแล้วเคยพูดเอาไว้ว่า <strong>“คำพูดนั้นก่อนพูดเราเป็นนายมัน พอเราพูดแล้วมันเป็นนายเรา”</strong>  ซึ่งคำพูดนี้ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน จะคิดเองหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ  เพราะความสำคัญอยู่ที่ตัวผู้พูดซึ่งเป็นถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ว่าให้ความสำคัญต่อคำพูดของตนเป็นอย่างมาก</p>
<p>พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน ระมัดระวังคำพูดของตนเองเสมอ ก่อนจะพูดสิ่งใดออกไปนั้น เชื่อได้ว่าผ่านการพิจารณากลั่นกรองอย่างรอบคอบว่าเหมาะสมกับกาลเวลา สถานที่ และเหตุการณ์แล้วจึงพูดออกมา ดังนั้นจึงไม่ตกเป็นเหยื่อคำพูดของตนเอง  ไม่ว่าก่อนหรือหลังพูดก็สามารถคงสถานะ “เป็นนาย” ของคำพูดตัวเองเสมอ</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้แก่ พล.ชาติชาย ชุณหะวัน ว่า “ปลาไหลใส่เสก็ต”  นั่นคือมีความหลื่นไหลเอาตัวรอดจากพันธะของคำพูดได้อย่างแนบเนียน หากไม่ถูกคณะรัฐประหาร (รสช.) ยึดอำนาจ (ด้วยข้อกล่าวหาคล้ายกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) คงมีนวัตกรรมทางคำพูดใหม่ๆที่ใช้ในการสื่อสารทางการเมืองถูกประดิดประดอยจากปากของ พล.อ.ชาติชาย  ชุณหะวัน เป็นแน่แท้</p>
<p>นายจักรภพ เพ็ญแข นับว่าแตกต่างโดยสิ้นเชิงจาก พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน  เพราะคำพูดที่นายจักรภพ เพ็ญแข พูดออกมาแทบทุกคำ ได้กลายเป็น “นาย” ของตนเองในภายหลัง  นำมาซึ่งความยุ่งยากอย่างใหญ่หลวง  ในขณะที่พูดอาจคิดและเชื่อว่าอำนาจทางการเมืองที่ตนมีอยู่ จะสามารถปกป้องให้พ้นจากผลกระทบที่สะท้อนกลับมาหาตนได้  แต่การณ์กลับไม่เป็นไปเช่นนั้น เพราะนายจักรภพ เพ็ญแข ถูกกระหน่ำจากรอบทิศ ไม่เพียงแต่สื่อที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันเท่านั้น  ประชาชนทั่วไปก็สะท้อนความไม่พอใจผ่านการสำรวจความคิดเห็นของสำนักต่างๆ  แม้แต่สมาชิกพรรคการเมืองเดียวกันคือพรรคพลังประชาชน ก็ยังแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วยในหลายครั้งหลายหน จนเมื่อล่าสุด ก็มาถึงท่าทีของผู้ที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าของพรรคตัวจริง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกบอกเล่าผ่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จนเป็นที่มาของการพาดหัวข่าวตามสื่อต่างๆ ว่า นายจักรภพ เพ็ญแข จะถูกลอยแพทางการเมือง</p>
<p>สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็คือ นายจักรภพ เพ็ญแข ก็เป็นคนในแวดวงสื่อมวลชนก่อนที่จะเข้าสู่การเมือง จึงน่าจะรู้กลวิธีในการสื่อสารที่ดี โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในตำแหน่งทางการเมือง ที่คำพูดย่อมจะเกิดผลกระทบต่อทั้งสังคมและทั้งสถานะของตนด้วย  แต่กลายเป็นว่า เมื่ออยู่ในฐานะนักการเมืองกลับต้องตกเป็นเหยื่อของคำพูดตัวเอง จึงนับว่าเป็นการสื่อสารที่ล้มเหลวเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะแล้ว ยังก่อให้เกิดโทษเป็นโอฐภัยที่วกกลับเข้ามาทำร้ายตัวเองในที่สุด</p>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายจักรภพ เพ็ญแข ครั้งนี้ น่าจะเป็นบทเรียนแก่นักการเมืองและบุคคลสาธารณะทั้งหลาย ให้ระมัดระวังในการใช้ถ้อยคำยิ่งขึ้น หากจะให้ดีก่อนจะพูดสิ่งใดออกมา ก็จงนึกถึงคำพูดของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน นั่นคือ “คำพูดนั้นก่อนพูดเราเป็นนายมัน พอเราพูดแล้วมันเป็นนายเรา”  จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง</p>
<p><strong>เพราะถ้ามีปัญหากับ “นาย” แล้วไม่ว่านายแบบใดก็มีแต่ความยุ่งยากทั้งสิ้น โดยเฉพาะนายที่ออกมาจากปากของตัวเอง. </strong></p>
<p>***<br />
<strong><strong>Media Talk Blog ย้ายเข้าบ้านตัวเองที่ <a href="http://citizenjournal.kosolnet.com">http://citizenjournal.kosolnet.com </a>ขอเชิญไปเยี่ยมเยือนด้วยครับ ขอบคุณครับ</strong></strong></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/102/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/102/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/102/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/102/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/102/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/102/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/102/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/102/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/102/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/102/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/102/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/102/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=102&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/05/21/communication-fail/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สงครามสื่อ CD VCD DVD ต้นทุนต่ำ ราคาถูก และได้ผล</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/12/cd-vcd-dvd/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/12/cd-vcd-dvd/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2008 23:04:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลมีเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[CD]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[VCD]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ทำให้การผลิตสินค้าได้เป็นปริมาณมาก  โดยใช้เวลาน้อย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง ขายราคาถูก ผู้ซื้อมีกำลังในการซื้อ ในหลายกรณีสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกได้  เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักและทดลองใช้สินค้า
แผ่นกลมๆที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพลาสติกสงเคราะห์ที่เรียกกันว่า CD ก็เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ผลิตได้ทีละมากๆ  ทำให้ต้นทุนต่ำลง แผ่น CD ที่ขายปลีกอยู่ทั่วไปขนากความจุ 700 เม็กกะไบต์ ราคาแผ่นละไม่ถึง 10 บาท ซึ่งแผ่น CD ดังกล่าวสามารถนำมาใช้บันทึกข้อมูลได้ทั้งภาพและเสียง  รวมถึงแผ่น DVD ที่มีความจุมากกว่าปัจจุบันก็ราคาถูกลงเป็นอันมาก
เมื่อแผ่น CD ราคาถูกลง รวมถึงเครื่องเล่น CD,VCD,DVD ก็ราคาถูกลง ปัจจุบันราคาต่ำสุดก็ไม่ถึง 1,000 บาทแล้ว ทำให้ผู้คนทุกระดับชั้นรายได้ใช้มีกำลังซื้อกันอย่างถ้วนหน้า  นำไปสู่การผลิตสื่อในรูปแผ่น CD,VCD,DVD มีช่องทางในการจำหน่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องบันเทิงเริงรมย์  ได้รับความนิยมเผยแพร่ในรูปแผ่น CD,VCD,DVD กันอย่างแพร่หลาย
แผ่น CD,VCD,DVD จึงกลายเป็นสื่อต้นทุน ราคาถูก เข้าถึงผู้บริโภคทุกครัวเรือน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้วในปัจจุบัน
การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร จึงนิยมทำผ่านแผ่น CD,VCD,DVD มากขึ้น  ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน และบุคคลธรรมดา  ที่นิยมบันทึกข้อมูลเรื่องราวต่างๆลงแผ่น CD,VCD,DVD [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=32&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><a rel="attachment wp-att-33" href="http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/12/cd-vcd-dvd/cd-vcd-dvd/" title="Cd-vcd-dvd"><img border="0" align="right" width="252" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/cdvcddvd.jpg?w=252&#038;h=217" alt="Cd-vcd-dvd" height="217" /></a>เทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ทำให้การผลิตสินค้าได้เป็นปริมาณมาก  โดยใช้เวลาน้อย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง ขายราคาถูก ผู้ซื้อมีกำลังในการซื้อ ในหลายกรณีสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกได้  เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักและทดลองใช้สินค้า</p>
<p>แผ่นกลมๆที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพลาสติกสงเคราะห์ที่เรียกกันว่า CD ก็เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ผลิตได้ทีละมากๆ  ทำให้ต้นทุนต่ำลง แผ่น CD ที่ขายปลีกอยู่ทั่วไปขนากความจุ 700 เม็กกะไบต์ ราคาแผ่นละไม่ถึง 10 บาท ซึ่งแผ่น CD ดังกล่าวสามารถนำมาใช้บันทึกข้อมูลได้ทั้งภาพและเสียง  รวมถึงแผ่น DVD ที่มีความจุมากกว่าปัจจุบันก็ราคาถูกลงเป็นอันมาก</p>
<p>เมื่อแผ่น CD ราคาถูกลง รวมถึงเครื่องเล่น CD,VCD,DVD ก็ราคาถูกลง ปัจจุบันราคาต่ำสุดก็ไม่ถึง 1,000 บาทแล้ว ทำให้ผู้คนทุกระดับชั้นรายได้ใช้มีกำลังซื้อกันอย่างถ้วนหน้า  นำไปสู่การผลิตสื่อในรูปแผ่น CD,VCD,DVD มีช่องทางในการจำหน่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องบันเทิงเริงรมย์  ได้รับความนิยมเผยแพร่ในรูปแผ่น CD,VCD,DVD กันอย่างแพร่หลาย</p>
<p>แผ่น CD,VCD,DVD จึงกลายเป็นสื่อต้นทุน ราคาถูก เข้าถึงผู้บริโภคทุกครัวเรือน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้วในปัจจุบัน</p>
<p>การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร จึงนิยมทำผ่านแผ่น CD,VCD,DVD มากขึ้น  ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน และบุคคลธรรมดา  ที่นิยมบันทึกข้อมูลเรื่องราวต่างๆลงแผ่น CD,VCD,DVD เพื่อแจกจ่ายแก่กลุ่มเป้าหมาย </p>
<p>อิทธิพลของสื่อประเภทนี้ เท่าที่ทราบยังไม่มีการทำวิจัยทางวิชาการให้เห็น (หรือมีแล้วแต่ผู้เขียนไม่ทราบก็อาจเป็นได้)  แต่เท่าที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ นับว่าสื่อ CD,VCD,DVD ได้มร้างผลสะเทือนให้เกิดขึ้นแก่สังคมอยู่ไม่น้อย  เช่น</p>
<p><span id="more-32"></span></p>
<p>กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบเหลืองและใบแดง แก่ ส.ส. ในข้อหากระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช  ส.ส.ประเภทบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย และได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการสืบสวนสอบสวนของ กกต. นั้นก็มีสื่อ CD,VCD,DVD เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยมีการอ้างถึงหลักฐานการกระทำผิดที่บันทึกไว้ในแผ่น VCD</p>
<p>ในอีกหลายกรณีก็มีแผ่น VCD เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะเป็นหลักฐานบันทึกการกระทำผิดโดยตรงบ้าง เป็นหลักฐานที่ใช้ในการกระทำผิดบ้าง  หลักฐานที่บันทึกการกระทำผิดก็คือ การบันทึกเหตุการณ์ที่ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเพื่อนำมาใช้ผูกมัดผู้กระทำผิด  เช่น ในกรณีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นต้น ส่วนการเป็นหลักฐานที่ใช้ในการกระทำผิดก็คือ การจ่ายแจก  VCD ของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้แก่ประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะถือเป็นการให้ผลประโยชน์เพื่อจูงใจให้คนลงคะแนนเสียงให้ตน เป็นต้น</p>
<p>ที่สำคัญก็คือ เนื้อหาที่บันทึกในแผ่น VCD นั้นเป็นเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ อดีตนายกรัฐมนตรี คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดย VCD ได้บันทึกภาพและเสียงคำปราศรัยของอดีตนายกรัฐมนตรีที่แนะนำให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี พร้อมกับกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หลังการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ดังนั้น การแจกจ่าย VCD คำปราศัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นการทำผิดกำหมายเลือกตั้ง</p>
<p>ส่วนจะผิดจะถูกจริงหรือไม่นั้น ในที่นี้จะไม่ขอกล่าวถึง ผู้สนใจสามารถค้นคว้าย้อนหลังได้ตามสื่อต่างๆ  สิ่งที่อยากจะพูดถึงในที่นี้ก็คือ ผลที่เกิดจากสื่อ CD,VCD,DVD ดังกล่าว</p>
<p>ปรากฏการณ์สื่อ CD,VCD,DVD ที่เกิดขึ้นนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของสื่อชนิดนี้ที่มีต่อกลุ่มเป้าหมาย  การได้ชัยชนะของพรรคพลังประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสาน นอกจากความนิยมชมชอบที่มีอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว การแจกจ่ายแผ่น VCD ดังกล่าวก็เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างให้เกิดการรับรู้ใหม่สำหรับผู้ที่ไม่เคยรู้ และเป็นการตอกย้ำซ้ำๆให้ผู้ที่รู้อยู่แล้วให้จดจำได้มากขึ้น ทำให้เกิดจากการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร ผลงานของอดีตรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย  ที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนเป็นตัวแทนและเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่นิยมชมชอบพรรคไทยรักไทยและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นำไปสู่การลงคะแนนเสียงให้แก่พรรคพลังประชาชนในที่สุด</p>
<p>ความสำเร็จของสื่อ CD,VCD,DVD ทำให้การดำเนินการทางการเมืองในสมัยปัจจุบัน นิยมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อ CD,VCD,DVD มากขึ้น  นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าศึกษาถึงอิทธิพลของสื่อชนิดนี้ในเชิงลึกเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>เมื่อแผ่น CD,VCD,DVD ราคาถูกและเป็นสื่อที่ได้ผลเช่นนี้  จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในอนาคตจะเกิดปรากฏการณ์สงครามแจกฟรี CD,VCD,DVD ขึ้น ระหว่างคู่แข่งทางธุรกิจหรือทางการเมือง ควบคู่ไปกับการแข่งขันผ่านสื่ออื่นๆ  ยิ่งราคาเรื่องเล่นและแผ่น CD,VCD,DVD ถูกลงเพียงใด การใช้สื่อชนิดนี้ก็ยิ่งจะน่ามีมากขึ้น</p>
<p><strong>ผู้รับ ผู้เสพสื่อคงต้องถูกดึงเข้าสู่สงครามในที่สุด เตรียมตัวให้พร้อม!</strong></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=32&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/12/cd-vcd-dvd/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/cdvcddvd.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Cd-vcd-dvd</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดิน : การใช้สื่อของมือระดับเทพ</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/communications/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/communications/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Feb 2008 19:02:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ ชินวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[Communications]]></category>
		<category><![CDATA[Media Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Politic Communications]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[

&#160;
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้สื่ออย่างหาตัวจับยาก  เริ่มตั้งแต่การใช้ประโยชน์ทางธุรกิจจากสื่อ ด้วยการก่อตั้งบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ ขยายกิจการเข้าสู่สื่อสมัยใหม่คือธุรกิจโทรศัพท์มือถือ จนกระทั่งเปิดศักราชใหม่ให้แก่ประเทศไทยด้วยการเป็นเจ้าของดาวเทียมดวงแรกของไทย คือ ไทยคม 1  กิจกรรมทางธุรกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจึงเกี่ยวข้องกับสื่อ  กลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม
การที่ได้รับฉายาอัศวินคลื่นลูกที่สาม จึงไม่ใช่ฉายาที่เกินเลยความจริงเลย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าในงานธุรกิจหรืองานการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างได้ผล  โดยเฉพาะสื่อสาธารณะ อันได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นั้น กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้แก่อัศวินคลื่นลูกที่สามได้อย่างเต็มที่
กล่าวเฉพาะในงานการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้ประโยชน์จากสื่ออย่างที่ไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดทำได้ขนาดนี้มาก่อน  มีกรณีที่ควรค่าแก่การศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก  หลายกรณีถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการใช้ประโยชน์จากสื่อสาธารณะ  ซึ่งในที่นี้จะขอยกมาพิจารณาสัก 4 กรณี คือ

1. การใช้สื่อในการสร้างพรรคไทยรักไทย  ด้วยการประกาศเปิดให้ประชาชนตั้งชื่อพรรคการเมืองที่ตนกำลังจัดตั้งขึ้น  เหมือนการประกวดคำขวัญของบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานต่างๆ  แต่ที่ต่างกันก็คือ  นี่เป็นเรื่องระดับชาติ เป็นจุดสนใจของผู้คนทั้งประเทศ  และเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการเช่นนี้   การประกาศให้คนมีส่งส่วนร่วมในการตั้งชื่อพรรคการเมืองเช่นนี้  เป้าหมายที่แท้จริงย่อมไม่ใช่ต้องการชื่อพรรคการเมือง หากแต่เป็นการกระตุ้นให้คนสนใจ เมื่อคนสนใจแล้วการที่จะตั้งชื่อว่าพรรคอะไรก็ไม่สำคัญ  เพราะไม่ว่าจะเป็นพรรคอะไร ผู้คนก็จะจดจำได้ในทันที  ซึ่งกาลต่อมาปรากฏว่า  คนรู้จักและจำชื่อพรรคไทยรักไทยได้  ทำให้พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคระดับชาติตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป
2. การใช้สื่อเบี่ยงความสนใจของสาธารณชน ดังจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=10&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/taksinkrab.jpg" title="ทักษิณกราบแผ่นดิน"></a></p>
<p align="center"><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/taksinkrab1.jpg" title="ทักษิณกราบแผ่นดิน"><img border="0" align="top" width="500" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/taksinkrab1.jpg?w=500&#038;h=294" hspace="20" alt="ทักษิณกราบแผ่นดิน" height="294" style="width:372px;height:217px;" /></a></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้สื่ออย่างหาตัวจับยาก  เริ่มตั้งแต่การใช้ประโยชน์ทางธุรกิจจากสื่อ ด้วยการก่อตั้งบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ ขยายกิจการเข้าสู่สื่อสมัยใหม่คือธุรกิจโทรศัพท์มือถือ จนกระทั่งเปิดศักราชใหม่ให้แก่ประเทศไทยด้วยการเป็นเจ้าของดาวเทียมดวงแรกของไทย คือ ไทยคม 1  กิจกรรมทางธุรกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจึงเกี่ยวข้องกับสื่อ  กลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม</p>
<p>การที่ได้รับฉายาอัศวินคลื่นลูกที่สาม จึงไม่ใช่ฉายาที่เกินเลยความจริงเลย</p>
<p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าในงานธุรกิจหรืองานการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างได้ผล  โดยเฉพาะสื่อสาธารณะ อันได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นั้น กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้แก่อัศวินคลื่นลูกที่สามได้อย่างเต็มที่</p>
<p>กล่าวเฉพาะในงานการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้ประโยชน์จากสื่ออย่างที่ไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดทำได้ขนาดนี้มาก่อน  มีกรณีที่ควรค่าแก่การศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก  หลายกรณีถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการใช้ประโยชน์จากสื่อสาธารณะ  ซึ่งในที่นี้จะขอยกมาพิจารณาสัก 4 กรณี คือ</p>
<p><span id="more-10"></span></p>
<p><strong>1. การใช้สื่อในการสร้างพรรคไทยรักไทย</strong>  ด้วยการประกาศเปิดให้ประชาชนตั้งชื่อพรรคการเมืองที่ตนกำลังจัดตั้งขึ้น  เหมือนการประกวดคำขวัญของบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานต่างๆ  แต่ที่ต่างกันก็คือ  นี่เป็นเรื่องระดับชาติ เป็นจุดสนใจของผู้คนทั้งประเทศ  และเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการเช่นนี้   การประกาศให้คนมีส่งส่วนร่วมในการตั้งชื่อพรรคการเมืองเช่นนี้  เป้าหมายที่แท้จริงย่อมไม่ใช่ต้องการชื่อพรรคการเมือง หากแต่เป็นการกระตุ้นให้คนสนใจ เมื่อคนสนใจแล้วการที่จะตั้งชื่อว่าพรรคอะไรก็ไม่สำคัญ  เพราะไม่ว่าจะเป็นพรรคอะไร ผู้คนก็จะจดจำได้ในทันที  ซึ่งกาลต่อมาปรากฏว่า  คนรู้จักและจำชื่อพรรคไทยรักไทยได้  ทำให้พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคระดับชาติตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป</p>
<p><strong>2. การใช้สื่อเบี่ยงความสนใจของสาธารณชน </strong>ดังจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อมีปัญหาภายในรัฐบาลที่อาจจะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมือง  อัศวินคลื่นลูกที่สามมักสร้างจุดสนใจให้แก่สื่อมวลชนเพื่อดึงความสนใจของสาธารณชนออกไปจากปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น เช่น ในกรณีที่ประกาศจะซื้อทีมฟุตบอลอังกฤษ มีการออกข่าวส่งคนใกล้ชิดเดินทางไปเจรจาเรื่องซื้อขาย  สื่อและสาธารณชนให้ความสนใจในเรื่องการซื้อขายทีมฟุตบอลจนข่าวเรื่องปัญหาของรัฐบาลลดความสำคัญลงไป  กว่าจะกลับมานึกถึงได้อีกครั้ง ปัญหาดังกล่าวก็สงบลงแล้ว</p>
<p> <strong>3.การประกาสนโยบายและการสั่งงานผ่านสื่อ</strong> เป็นการใช้ประโยชน์จากสื่อในทางอ้อมที่ได้ผล  นั่นคือ การพูดคุยผ่านรายการ &#8220;นายกฯทักษิณคุยกับประชาชน&#8221;  ซึ่งเป็นการพูดคุยถึงเรื่องการทำงานของรัฐบาล ว่ารัฐบาลทำอะไรบ้างแล้ว และจะทำอะไรต่อไป  อันเป็นการประกาศนโยบายผ่านรายการวิทยุ และข้าราชการทั้งหลายที่มีหน้าที่ปฏิบัติงาน จะต้องคอยฟังสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดเพื่อที่จะสามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที </p>
<p><strong>4. การใช้สื่อสร้างภาพพจน์ในทางบวก</strong> อันได้แก่  การเดินทางไปเยี่ยมประชาชนตามภาคต่างในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  และใช้ชีวิตอย่างธรรมดาสามัญเหมือนชาวบ้าน  เช่น นุ่งผ้าขาวม้าอาบน้ำ  กินอาหารพื้นบ้านร่วมกับชาวบ้าน  เป็นต้น  ซึ่งสื่อสาธารณะทั้งหลายต่างนำเสนอภาพและเสียงของนายกรัฐมนตรีในขณะที่อยู่กับชาวบ้านอย่างขนานใหญ่ ตอกย้ำนำเสนอถี่ยิบ ทำให้ภาพพจน์นายกรัฐมนตรีเป็นคนติดดิน ไม่ถือยศถืออย่าง กลายเป็นขวัญใจชาวบ้าน  เป็นภาพประทับที่ยากจะทำให้ชาวบ้านลืมเลือนได้ง่ายๆ </p>
<p>การประโยชน์จากสื่อครั้งล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็คือ การกราบลงบนแผ่นดินไทยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551  เมื่อกลับถึงประเทศไทยหลังจากเร่ร่อนในต่างประเทศกว่า 1 ปี เพราะถูก คมช. ปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549  ทำให้ภาพขณะที่กราบลงที่พื้นเผยแพร่ผ่านสื่อไปทั่วประเทศ  จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจที่จะใช้ประโยชน์จากสื่อก็ตาม   นับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์จากสื่อไปอย่างเต็มๆแล้ว</p>
<p>นี่นับว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากสื่อของมือระดับเทพโดยแท้  กราบเพียงครั้งเดียว แต่ทำให้ภาพที่เผยแพร่ออกไปนั้นกระทบใจคนเป็นจำนวนมากที่ชมผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์  และเป็นที่แน่นอนว่า โทรทัศน์ทุกช่องต่างนำภาพที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กราบแผ่นดินมาเผยแพร่ซ้ำในอัตราความถี่ที่สูงมากตลอดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ยิ่งตอกย้ำให้คนที่นิยมชมชอบมีความแนบแน่นมากยิ่งขึ้น  แม้ในหมู่คนที่เป็นกลางๆและคนที่ไม่ชอบ ก็อาจมีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจ ใจอ่อน และมีโอกาสพัฒนาไปสู่ความชื่นชมในระยะยาวได้</p>
<p>ในยุคสมัยที่การสื่อสารรวดเร็วฉับไวเช่นปัจจุบันนี้ การยึดครองพื้นที่สื่อได้มากเพียงใด ย่อมมีโอกาสที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองได้มากเท่านั้น  เพราะสื่อในปัจจุบันมิใช่เพียงเครื่องมือในการสื่อสารเท่านั้น หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไปแล้ว  การตดอยู่ในพื้นที่สื่อ ไม่ว่าจะเรื่องบวกหรือลบ ก็นับว่าได้ประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สำหรับผู้ที่ไม่เกี่ยงวิธีการบรรลุเป้าหมายต้องการ</p>
<p>กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นกรณีที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักศึกษาวิชาสื่อสารการเมือง นั้น ควรจะศึกษาความสำเร็จในการใช้สื่อของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อแน่ว่าจะได้ความรู้อันเป็นประโยชน์อีกมากมายเลยทีเดียว.</p>
<p><strong>โกศล อนุสิม</strong></p>
<p>1 มีนาคม 2551 </p>
<p>           </p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/10/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/10/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/10/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=10&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/communications/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/taksinkrab1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ทักษิณกราบแผ่นดิน</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ใครๆก็(ไม่)ชอบสื่อ</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/media-and-communications/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/media-and-communications/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Feb 2008 15:00:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์และทีวี]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยุกระจายเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[มิเชล ฟูโกต์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[Communication]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[  
มิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault)                                                   นักคิดทฤษฎีผู้มีชื่อเสียงชาวเมืองไวน์ฝรั่งเศส   กล่าวว่า  สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างอำนาจอันได้ผลชะงัด  ผู้ใดครอบครองสื่อ ผู้นั้นก็เป็นเจ้าของอำนาจ  หากพูดถึงอำนาจแล้ว ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คืออำนาจทางการเมือง ดังนั้น จึงปรากฏอยู่เสมอว่า ใครๆที่เป็นนักการเมืองจึงชอบสื่อ


โลกของสื่อกับโลกของนักการเมือง จึงต้องผู้ติดอยู่ด้วยกันอย่างแยกไม่ออก  ไม่ว่าจะในสังคมไทยหรือต่างประเทศ  ไม่ว่าในประเทศร่ำรวยหรือยากจน  ในหลายประเทศเจ้าของสื่อเข้าไปเป็นผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือผู้มีอำนาจทางการเมืองหาทางเข้าครอบครองสื่อ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง หรือไม่ก็ใช้อำนาจควบคุมสื่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  เพื่อไม่ให้สื่อบ่อนเซาะอำนาจของตน

นักการเมืองทั้งหลายชอบสื่อ  เพราะสื่อเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้สามารถแสดงตนต่อสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว  เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน  จนอาจกล่าวได้ว่า  โทรทัศน์คือผู้มีอิทธิพลตัวจริงต่อผู้คน  เป็นผู้กำหนดเวลาทำกิจกรรมต่างๆในชีวิต  ทั้งเวลาตื่น เวลานอน เวลาออกจากบ้าน เวลากลับบ้าน  เรื่องราวทั้งหลายที่เสนอผ่านจอโทรทัศน์ล้วนส่งผลต่อผู้คนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  ตัวอย่างง่ายๆก็คือแม้แต่นักแสดงเป็นตัวร้ายในละครน้ำเน่ายังถูกมองด้วยความเกลียดชังจากคนดูผู้สงสารนางเอก เมื่อนักแสดงคนนั้นไปเดินซื้อของในตลาด 

จึงไม่ต้องสงสัยว่า เหตุใดเมื่อมีกิจกรรมทางการเมือง อย่างเช่น การประชุมสภาก็ดี หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็ดี  เมื่อมีการถ่ายทอดผ่านสื่อ บรรดานักการเมืองทั้งหลายไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลต่างก็พยายามเสนอหน้าผ่านอภปรายเพื่อให้ได้ปรากฎในสื่อ ส่งสารไปถึงประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนว่ากำลังทำหน้าที่ผู้แทนอย่างขันแข็ง            
แต่ถ้าหากในอีกกรณีตรงกันข้าม  นั่นคือ การที่สื่อขุดคุ้ยเรื่องไม่ดีไม่งามที่ตนมีส่วนหรือจะเกิดความเสียหายแก่ตน  นักการเมืองทั้งหลายมักจะโยนความผิดไปให้สื่อ  ซึ่งหนีไม่พ้นข้อหาบิดเบือน ลงข่าวไม่หมด  หรือสื่อพูดไปเอง เขียนไปเอง เป็นต้น  เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ใครๆที่เกี่ยวข้องก็ไม่ชอบสื่อ             ดังนั้นจึงปรากฏเสมอมาว่า นักการเมืองผู้ที่อยู่กับอำนาจจึงทั้งรกและทั้งเกลียดสื่อ  ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=6&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/namwanbizlogo.jpg" title="ใครๆก็(ไม่)ชภ??สื่ย&gt;&lt;img border="></a></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/namwanbizlogo1.jpg" title="ใครๆก็ไม่ชภ??สื่ย&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="></a></span></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></font></font></span></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><u></u></span></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/fuko01.jpg" title="Michel Foucault"></a><img border="0" vspace="15" align="left" width="205" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/fuko01.jpg?w=205&#038;h=295" hspace="15" alt="Michel Foucault" height="295" /> <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></font></font><font size="5"><font face="Angsana New"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></p>
<p align="left"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong>มิเชล ฟูโกต์</strong><span> <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Michel_Foucault">(Michel Foucault)</a>                                                   </span>นักคิดทฤษฎีผู้มีชื่อเสียงชาวเมืองไวน์ฝรั่งเศส<span>   </span>กล่าวว่า<span>  </span>สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างอำนาจอันได้ผลชะงัด<span>  </span>ผู้ใดครอบครองสื่อ ผู้นั้นก็เป็นเจ้าของอำนาจ<span>  </span>หากพูดถึงอำนาจแล้ว ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คืออำนาจทางการเมือง ดังนั้น จึงปรากฏอยู่เสมอว่า ใครๆที่เป็นนักการเมืองจึงชอบสื่อ</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></p>
<p></span></font></font></p>
<p style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>โลกของสื่อกับโลกของนักการเมือง จึงต้องผู้ติดอยู่ด้วยกันอย่างแยกไม่ออก<span>  </span>ไม่ว่าจะในสังคมไทยหรือต่างประเทศ<span>  </span>ไม่ว่าในประเทศร่ำรวยหรือยากจน<span>  </span>ในหลายประเทศเจ้าของสื่อเข้าไปเป็นผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือผู้มีอำนาจทางการเมืองหาทางเข้าครอบครองสื่อ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง หรือไม่ก็ใช้อำนาจควบคุมสื่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง<span>  </span>เพื่อไม่ให้สื่อบ่อนเซาะอำนาจของตน</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>นักการเมืองทั้งหลายชอบสื่อ<span>  </span>เพราะสื่อเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้สามารถแสดงตนต่อสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว<span>  </span>เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ<span>  </span>โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน<span>  </span>จนอาจกล่าวได้ว่า<span>  </span>โทรทัศน์คือผู้มีอิทธิพลตัวจริงต่อผู้คน<span>  </span>เป็นผู้กำหนดเวลาทำกิจกรรมต่างๆในชีวิต<span>  </span>ทั้งเวลาตื่น เวลานอน เวลาออกจากบ้าน เวลากลับบ้าน<span>  </span>เรื่องราวทั้งหลายที่เสนอผ่านจอโทรทัศน์ล้วนส่งผลต่อผู้คนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง<span>  </span>ตัวอย่างง่ายๆก็คือแม้แต่นักแสดงเป็นตัวร้ายในละครน้ำเน่ายังถูกมองด้วยความเกลียดชังจากคนดูผู้สงสารนางเอก เมื่อนักแสดงคนนั้นไปเดินซื้อของในตลาด </span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>จึงไม่ต้องสงสัยว่า เหตุใดเมื่อมีกิจกรรมทางการเมือง อย่างเช่น การประชุมสภาก็ดี หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็ดี<span>  </span>เมื่อมีการถ่ายทอดผ่านสื่อ บรรดานักการเมืองทั้งหลายไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลต่างก็พยายามเสนอหน้าผ่านอภปรายเพื่อให้ได้ปรากฎในสื่อ ส่งสารไปถึงประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนว่ากำลังทำหน้าที่ผู้แทนอย่างขันแข็ง</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>แต่ถ้าหากในอีกกรณีตรงกันข้าม<span>  </span>นั่นคือ การที่สื่อขุดคุ้ยเรื่องไม่ดีไม่งามที่ตนมีส่วนหรือจะเกิดความเสียหายแก่ตน<span>  </span>นักการเมืองทั้งหลายมักจะโยนความผิดไปให้สื่อ<span>  </span>ซึ่งหนีไม่พ้นข้อหาบิดเบือน ลงข่าวไม่หมด<span>  </span>หรือสื่อพูดไปเอง เขียนไปเอง เป็นต้น<span>  </span>เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ใครๆที่เกี่ยวข้องก็ไม่ชอบสื่อ<span>  </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>           </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>ดังนั้น</span><span>จึงปรากฏเสมอมาว่า นักการเมืองผู้ที่อยู่กับอำนาจจึงทั้งรกและทั้งเกลียดสื่อ<span>  </span>ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ ว่าสื่อจะส่งผลเช่นใดแก่ตน<span>   </span>ในกรณีที่รู้จักใช้สื่อให้เป็นประโยชน์พอเหมาะ<span>  </span>ก็จะทำให้สามารถอยู่ในอำนาจนานได้เช่นกัน</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>สื่อจึงมีคุณสมบัติพิเศษ ที่นักการเมืองและผู้มีอำนาจทั้งหลาย จะทั้งรักทั้งเกลียด<span>  </span>ซึ่งสื่อแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะของมัน ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติร่วมในฐานะสื่อ<span>  </span>ซึ่งจะกล่าวต่อไป</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อันที่จริงแล้ว คุณสมบัติที่จะเขียนถึงต่อไปนี้<span>  </span>เป็นเรื่องที่คนทั้งหลายทราบกันดีแล้ว แต่อาจจะลืมกันไปบ้าง<span>  </span>จึงขอยกขึ้นมากล่าวถึงเพื่อเตือนความทรงจำ และเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของสื่อ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจทางการเมือง</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> คือ</span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span><span id="more-6"></span>           </span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>เริ่มต้นจาก สื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อชนิดแรกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อที่เผยแพร่ไปสู่คนหมู่มากได้รวดเร็วและในเวลาพร้อมๆกันหรือใกล้เคียงกัน<span>  </span>อันเป็นที่มาของคำว่า สื่อมวลชน<span>  </span>อิทธิพลของหนังสือพิมพ์ในยุคเมื่อสองร้อยปีก่อนนับว่ามีอิทธิฤทธิ์อย่างสูง<span>  </span>เพราะทำให้เกิดมติมหาชนในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้<span>  </span>บรรดาผู้ครองอำนาจรัฐยังกลัวเกรง หาทางคุมกำเนิดหนังสือพิมพ์<span>  </span>เจ้าของหนังสือพิมพ์ทั้งหลายก็ใช้สื่อของตนต่อสู้เพื่อคงสถานะตัวเองไว้<span>  </span>มาจนถึงปัจจุบันนี้ หนังสือพิมพ์ก็ยังคงสถานะอันมีอิทธิพลของตัวเองเอาไว้ได้อยู่ แม้จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม<span>  </span>แต่คำว่าสื่อมวลชนก็ยังมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่<span>  </span>จนพอที่จะทำให้บรรดาใครๆที่เป็นนักการเมืองยังเกรงใจหนังสือพิมพ์อยู่<span>  </span>เว้นเสียแต่ผู้ที่มีอำนาจต่อรองที่พอฟัดพอเหวี่ยงกัน เช่น เป็นเจ้าของบริษัทสินค้าที่ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ด้วยมูลค่าสูงๆ<span>  </span>หนังสือพิมพ์ก็เกรงใจอยู่<span>  </span>ไม่กล้าจะวิพากษ์อะไรมาก<span>  </span>เพราะกลัวจะถูกถอนโฆษณา เป็นต้น </span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>ต่อมาคือ สื่อวิทยุ<span>   </span>นี่ยิ่งกระจายข่าวสารสู่ผู้ฟังได้รวดเร็วและกว้างขวางกว่าหนังสือพิมพ์อีก<span>  </span>จึงปรากฏเสมอมาในประวัติศาสตร์ว่า วิทยุมีบทบาทสำคัญในการสร้างอำนาจทางการเมืองอย่างยิ่งยวด<span>  </span>การประกาศความคิด อุดมการณ์<span>  </span>ข่าวสารอันสำคัญ<span>  </span>ล้วนกระทำผ่านวิทยุแทบทั้งสิ้น</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>คงจำกันได้ว่า<span>  </span>ในวันที่กองทัพปลดแอกประกาศตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น<span>  </span>ท่านประธานเหมาเจ๋อตุงอ่านแถลงการณ์โดยมีไมโครโฟนอยู่เบื้องหน้า ถ่ายทอดออกอากาศทางวิทยุไปทั่วประเทศจีนและทั่วโลก ว่าบัดนี้ได้สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นในโลกแล้ว<span>  </span>เป็นการจบสิ้นสาธารณรับจีนภายใต้การปกครองของพรรคก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็ค ซึ่งได้ถอยข้ามช่องแคบไปตั้งหลักที่เกาะไต้หวันจวบจนปัจจุบันนี้</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>คงจำกันได้ว่า ทุกครั้งที่มีกลุ่มทหารยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล<span>  </span>เสียงประกาศคณะปฏิวัติได้รับการถ่ายทอดผ่านคลื่นวิทยุของสถานีวิทยุแห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งมักจะเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดไปยังสถานีวิทยุต่างๆ<span>  </span>เป็นสัญญาณว่า<span>  </span>คณะปฏิวัติได้ยึดอำนาจจากรัฐบาลแล้ว<span>  </span>โดยยึดสถานีวิทยุให้ได้ก่อน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่คำสั่ง ข่าวสาร<span>  </span>เพื่อปกครองบ้านเมือง<span>  </span>หลายครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลตอบโต้ด้วยคลื่นวิทยุเช่นกัน<span>  </span>จนทำให้ฝ่ายปฏิวัติกลายเป็นฝ่ายกบฏ<span>  </span>พ่ายแพ้ไปในที่สุด</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>คงคุ้นเคยกันดีว่า ปัจจุบันนี้ทุกๆเช้าวันอาทิตย์<span>  </span>นายกรัฐมนตรีจะพบกับประชาชนผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย<span>  </span>ซึ่งอันที่จริงแล้วน่าจะเรียกว่านายกรัฐมนตรีพบกับข้าราชการมากกว่า<span>  </span>เพราะสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดนั้น<span>  </span>บรรดาข้าราชการทั้งหลายต่างเงี่ยหูฟัง<span>  </span>โดยเฉพาะปลัดกระทรวง อธิบดี<span>  </span>ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นซีอีโอและมิใช่ซีอีโอ<span>  </span>สิ่งใดที่นายกรัฐมนตรีพูดเป็นแนวทางไว้ก็ต้องหาทางปฏิบัติ<span>  </span>ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นผู้ว่าซี้อีโอก็ได้<span>  </span>อันนี้ก็ย่อมถือได้ว่า สื่อเป็นเครื่องมือในการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ครอบครองสื่อในนามรัฐบาล</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>ที่นี้ก็ต้องมาถึง สื่อโทรทัศน์ เป็นสื่อที่ใครๆที่เป็นนักการเมืองก็ต้องชอบ<span>  </span>การรณรงค์หาเสียงก็ดี การประกาศผลงานก็ดี<span>  </span>หรือแค่การเสนอหน้าผ่านโทรทัศน์พูดถึงเรื่องไม่เป็นโล้เป็นพายก็ดี<span>  </span>ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อนักการเมืองทั้งสิ้น<span>   </span>อย่างน้อยก็เป็นที่รู้จักหน้าค่าตา<span>  </span>ยิ่งเจอบ่อยก็ยิ่งได้รับการจดจำได้<span>  </span>ดังนั้น จึงมีผู้ที่ออกหน้าโทรทัศน์บ่อยๆ<span>  </span>เช่น พิธีการ นักแสดง นักร้อง นักอ่านข่าว เป็นต้น<span>  </span>ได้รับการเลือกตั้งเป็นนักการเมืองอยู่มากมาย จึงพิสูจน์ได้แน่ชัดว่า<span>  </span>สื่อโทรทัศน์สร้างอำนาจแก่ผู้ที่ครอบครองหรือผู้ที่ใช้มันได้เป็นอย่างดียิ่ง<span>  </span>แม้ในหมู่นักปฏิวัติหรือรัฐประหารในช่วง </span>20 <span>ปีที่ผ่านมา ก็นิยมยึดสถานีโทรทัศน์ควบคู่กับสถานีวิทยุ<span>  </span>เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประกาศข่าวสารของตน<span>  </span>ฝ่ายที่ถูกยึดอำนาจก็ใช้สถานีโทรทัศน์ที่ไม่ได้ถูกยึดเผยแพร่ข่าวสารตอบโต้<span>  </span>จนฝ่ายปฏิวัติกลายเป็นกบฏก็หลายครั้งเช่นกัน</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>สุดท้ายขอกล่าวถึงสื่อสมัยใหม่แห่งคลื่นลูกที่สามโดยแท้<span>  </span>นั่นคือ โทรศัพท์มือถือ<span>  </span>ซึ่งเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้คนใกล้ชิดที่สุด<span>  </span>โดยติดตามตัวผู้ใช้ไปได้ทุกหนทุกแห่งทุกเวลา<span>  </span>เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้เผยแพร่ข่าวสารเพื่อการครอบงำได้ดีที่สุด<span>  </span>โดยแปลงร่างในรูปแบบต่างๆ<span>  </span>ตั้งแต่การส่งข้อความ<span>  </span>การโฆษณา<span>  </span>การชักชวนให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่มักเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของบริษัทโทรศัพท์มือถือ หรือเจ้าของธุรกิจที่ให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ<span>  </span>แม้กระทั่งเรื่องการเมือง</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>ลองนึกเล่นๆเถิดว่า เกิดบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ร่วมมือกับนายเสาไฟฟ้าผู้สมัครเป็นผู้ว่าฯ ส่งข้อความไปถึงผู้ใช้โทรศัพท์ว่า โปรดแสดงความจำนงเลือกนายเสาไฟฟ้า<span>  </span>เป็นผู้ว่า สาระขัณฑ์นคร โดยส่ง </span>SMS <span>เป็นหมายเลขประจำตัวของนายเสาไฟฟ้าไปที่ศูนย์<span>  </span>ลุ้นรางวัล </span>1,000,000<span> เหรียญสหรัฐ<span>  </span>จะมีผู้</span>lj&#8217; SMS <span>แสดงความจำนงเลือกนายเสาไฟฟ้ากี่คน<span>  </span>เพื่อเงินหนึ่งล้านฯ</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>ถึงแม้คนที่เลือกนายเสาไฟฟ้าจริงๆไม่เท่ากับจำนวนที่ส่ง </span>SMS<span>  </span><span>แต่มั่นใจได้ว่า<span>  </span>เงินที่นายเสาไฟฟ้าได้รับเป็นส่วนแบ่งค่าบริการคงมากกว่าที่ใช้ไปในการรณรงหาเสียงเลือกตั้งเป็นแน่แท้<span>  </span>ถ้าเกิดได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าจริงๆก็ได้กำไรสองต่อ</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span><span>ฉะนั้น อย่าประมาทโทรศัพท์มือถือ<span>  </span>ปัจจุบันนี้ผู้ครอบครองสื่อประเภทนี้ ซึ่งหมายถึงเจ้าของบริษัทผู้ให้บริการ<span>  </span>ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ<span>  </span></span></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span><span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>นอกจากสื่อประเภทต่างๆที่กล่าวมาแล้ว<span>  </span>ยังมีสื่อสมัยใหม่อีกหลายประเภท เช่น อินเตอร์เน็ต<span>  </span>สื่อกลางแจ้ง<span>  </span>ฯลฯ ที่สร้างอำนาจอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่ผู้ครอบครอง<span>  </span>ซึ่งหากมีโอกาสจะได้นำมาบอกเล่าอีกครั้ง</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>เห็นจะต้องจบด้วยความคิดของมิเชล ฟูโกต์ ที่ว่า สื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างและรักษาอำนาจของผู้ที่ครอบครอง<span>  </span>ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมใครๆโดยเฉพาะนักการเมืองจึงชอบสื่อกันนักหนา</span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span></p>
<p align="justify" style="text-align:justify;margin:0;" class="MsoNormal"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>ส่วนผู้ไม่ชอบสื่อก็มีเช่นกัน<span>  </span>หากยังไม่รู้หรือจำไม่ได้ โปรดย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอีกรอบหนึ่งเทอญ</span>.</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/6/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/6/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/6/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=6&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/media-and-communications/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/fuko01.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Michel Foucault</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/media-massage-political-communications/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/media-massage-political-communications/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Feb 2008 14:39:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[Communication]]></category>
		<category><![CDATA[Politic Communication]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองภาคประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ขาประจำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษิณ ชินวัตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[
เกริ่น
บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไฮไลท์การเมือง อันเป็นช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยที่ 2 ซึ่งมีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาลอันหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับภาคประชาชนและนักวิชาการ รวมถึงเกิดรอยร้าวในพรรคไทยรักไทย โดยการนำของนายเสนาะ เทียนทอง ที่วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้วิวาทะกับนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนอย่างดุเดือด โดยเรียกว่า &#8220;นักวิชาการขาประจำ&#8221; คือคอยแต่จะวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียวในสายตาของนายกรัฐมนตรี และนักวิชาการ&#8221;ขาประจำ&#8221; ดังกล่าว ก็มี นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เป็นต้น การนำบทความเชิงวิเคราะห์ข่าวมาเผยแพร่อีกครั้ง ก็เพื่อเป็นการบันทึกไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษาถึงเรื่องดังกล่าวในกาลข้างหน้า ซึ่งถือได้ว่า บทความนี้ก็เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของสังคมด้วยเช่นกัน 
โกศล อนุสิม
29 กุมภาพันธ์ 2551
ขอเชิญอ่านบทความแบบเต็มๆครับ&#8230;
&#8230;&#8230;  
ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน
&#160;

คำนิยาม “ขาประจำ” ที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ไว้แก่นักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาล  อันมี นักวิชาการอาวุโสอย่าง ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และรุ่นกลางอย่าง ธีรยุทธ  [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=4&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font size="5"><font face="Cordia New"><span><span><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/politics.jpg" title="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่ย?? และ “สาร” ทางการเมืภ??ขภ??ประชาชน"><img border="0" align="left" width="100" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/politics.jpg?w=100&#038;h=150" hspace="20" alt="ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่ย?? และ “สาร” ทางการเมืภ??ขภ??ประชาชน" height="150" /></a></span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></span></font></font><font size="5"><font face="Cordia New"><span></p>
<h1><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เกริ่น</span></h1>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไฮไลท์การเมือง อันเป็นช่วงรัฐบาล <strong>พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร</strong> สมัยที่ 2 ซึ่งมีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาลอันหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับภาคประชาชนและนักวิชาการ รวมถึงเกิดรอยร้าวในพรรคไทยรักไทย โดยการนำของ<strong>นายเสนาะ เทียนทอง</strong> ที่วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้วิวาทะกับนักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนอย่างดุเดือด โดยเรียกว่า <strong>&#8220;นักวิชาการขาประจำ&#8221;</strong> คือคอยแต่จะวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียวในสายตาของนายกรัฐมนตรี และนักวิชาการ&#8221;ขาประจำ&#8221; ดังกล่าว ก็มี <strong>นายธีรยุทธ บุญมี</strong> อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ <strong>ศ.นพ.ประเวศ วะสี</strong> ราษฎรอาวุโส เป็นต้น</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">การนำบทความเชิงวิเคราะห์ข่าวมาเผยแพร่อีกครั้ง ก็เพื่อเป็นการบันทึกไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษาถึงเรื่องดังกล่าวในกาลข้างหน้า ซึ่งถือได้ว่า บทความนี้ก็เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของสังคมด้วยเช่นกัน</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong>โกศล อนุสิม</strong></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">29 กุมภาพันธ์ 2551</span></p>
<p align="justify"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ขอเชิญอ่านบทความแบบเต็มๆครับ&#8230;</span></p>
<p align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span id="more-4"></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong>&#8230;&#8230;</strong></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> </p>
<p align="center" style="margin:0;"><strong>ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่อ” และ “สาร” ทางการเมืองของประชาชน</strong></p>
<p align="center" style="margin:0;">&nbsp;</p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">คำนิยาม <b><i>“ขาประจำ”</i></b> ที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ไว้แก่นักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาล<span>  </span>อันมี นักวิชาการอาวุโสอย่าง ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และรุ่นกลางอย่าง ธีรยุทธ<span>  </span>บุญมี แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นขาประจำดั้งเดิม และต่อมามีเพิ่มเติมอีกหลายคน อาทิ<span>  </span>สังศิต<span>  </span>พิริยะรังสรรค์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<span>  </span>สมเกียรติ<span>  </span>ตั้งกิจวานิช<span>  </span>แห่งทีดีอาไอ<span>  </span>แม้กระทั่งผู้อาวุโสอย่าง นายแพทย์ประเวศ<span>  </span>วะสี ที่เคยเรียกร้องให้สังคมไทยให้โอกาสนายกรัฐมนตรีเมื่อขึ้นครองอำนาจใหม่ๆ แต่ปัจจุบันได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลบ่อยขึ้น จึงดูเหมือนว่านายกรัฐมนตรีจะตอบแทนผู้อาวุโสของบ้านเมืองท่านนี้ ด้วยการจัดให้อยู่ในนักวิชาการประเภท “ขาประจำ” กันไปแล้ว<span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากนายกรัฐมนตรีทักษิณ<span>  </span>ชินวัตร<span>  </span>พอมีเวลาว่างจากภารกิจสักห้าหรือสิบนาที<span>  </span>ทบทวนถึงบทบาทของนักวิชาการที่จัดอยู่ในกลุ่มขาประจำเหล่านี้ ก็จะเห็นได้ว่า<span>  </span>นายกรัฐมนตรีทุกคนก่อนหน้านี้ ทั้งนายชวน หลีกภัย<span>  </span>นายบรรหาร ศิลปอาชา พลเอกชวลิต<span>  </span>ยงใจยุทธ ล้วนแต่ถูกนักวิชาการเหล่านี้ไม่คนใดก็คนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานมาแล้วทั้งสิ้น<span>  </span>บางคนอาจโดนหนักกว่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้เสียอีก<span>  </span>ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า นักวิชาการที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันตั้งให้เป็นขาประจำ ในความหมายที่ดีแต่พูด<span>  </span>พูดในสิ่งที่ไม่รู้จริง<span>  </span>รู้แต่รู้ไม่หมด<span>  </span>ไม่เคยบริหารงาน ฯลฯ นั้น<span>  </span>มิได้มุ่งโจมตีนายรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่อย่างใด<span>  </span>หากเป็นการทำหน้าที่ในฐานะนักวิชาการ นั่นคือ เป็นปัญญาของสังคม หากเห็นในสิ่งที่คิดว่าไม่ถูกต้อง ก็ย่อมจะชี้ให้สังคมได้รู้เพื่อหาหนทางแก้ไข โดยตั้งอยู่บนหลักการทางวิชาการที่ตนมีความเชี่ยวชาญเป็นสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กรณีนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลจึงเป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ที่สมาชิกของสังคมพึงมีและพึงทำ ในสังคมที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น<span>  </span>ย่อมต้องมีคนเหล่านี้ดำรงอยู่เพื่อ<span>  </span>เป็นหมอที่คอยเยียวยารักษาความป่วยไข้ทางปัญญา และแนะนำการรักษาสุขภาพทางความคิดแก่ผู้คนในสังคม</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หมอที่รักษาโรคต่างๆ<span>  </span>ย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องป่วยเป็นโรคนั้นก่อนจึงจะรักษาโรคได้ ฉันใด หมอทางปัญญาที่วิพากษ์วิจารณ์และชี้แนะคณะรัฐมนตรีที่บริหารประเทศ<span>  </span>ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีหรือเป็นรัฐมนตรีก่อน ฉันนั้น</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในฐานะที่เป็นประชาชน นักวิชาการเหล่านี้ย่อมเป็นหนึ่งในหมู่ประชาชนที่มีสิทธิ์และใช้สิทธิ์เลือกตั้งตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบบริหารราชการแผ่นดินแทนตน<span>  </span>จึงมีความชอบธรรมที่จะตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ชี้แนะแก่ตัวแทนของตน<span>  </span>ไม่ว่าตัวแทนเหล่านั้นจะอยู่ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล<span>  </span>เสียงวิพากษ์วิจารณ์ใดๆก็ตาม ย่อมเป็นเสียงแห่งเจ้าของสิทธิ์ทั้งหลายเหล่านั้น<span>  </span>จำเป็นอย่างยิ่งที่บรรดาตัวแทนทั้งหลายจะต้องรับฟังอย่างตั้งใจ<span>  </span>ไม่ว่าตัวแทนนั้นจะอยู่ในฐานะใด</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>            </span>ตั้งใจฟังให้รู้ชัดว่า เสียงของเจ้าของสิทธิ์เหล่านั้น แตกต่างกันอย่างไรหรือไม่ ระหว่างเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว กับทุกวันนี้ </span></p>
<p align="justify" style="margin:0;" class="MsoBodyText"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากเสียงชื่นชมสมใจยังคงหนักแน่นเช่นเมื่อเกือบสี่ปีก่อน<span>  </span>ก็ไม่ต้องต้องเดือดร้อนให้ลำบากใจ แต่ถ้าเสียงอันชื่นชมเมื่อครั้งโน้นจางหายไป<span>  </span>ปรากฏเสียงโห่กันขรม นั่นควรจะต้องสำรวจตรวจตราได้แล้วว่า<span>  </span>เหตุใดน้ำเสียงของเจ้าของสิทธิ์เหล่านั้นจึงเปลี่ยนไปได้เช่นนี้</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ผลย่อมมาจากเหตุ หากหาเหตุไม่พบ หรือพบแล้วทำเป็นไม่เห็น ก็ย่อมจะแก้ไขอะไรไม่ได้ การตะโกนด่าตอบโต้อีกฝายหนึ่ง อย่างดีที่สุดก็ได้แค่ความสะใจเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากจัดระเบียบให้บรรดาผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาล หรือวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี เป็นฝ่ายขาประจำ<span>  </span>อีกไม่ช้าไม่นาน อาจไม่มีขาจรให้นายกรัฐมนตรีได้รับฟังความคิดเห็น<span>  </span>หรือหากยังมีหลงเหลืออยู่ ก็ย่อมจะไม่หลากหลาย<span>  </span>เมื่อไม่มีความหลากหลายทางความคิด<span>  </span>ก็ย่อมจะมีแนวโน้มที่จะอ่อนแอทางปัญญาเอาได้ </span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมว่า เสียงของขาประจำเหล่านี้ คือเสียงของประชาชน<span>   </span>แต่ละคนย่อมมีที่ยืน มีเกียรติภูมิที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ดังนั้น พวกเขาคือ ”สื่อ” ของประชาชนโดยแท้<span>   </span>ดังนั้นคำพูดของพวกเขาก็คือ ”สาร” ที่มาจากประชาชน<span>  </span>จึงหมายความได้ว่าความคิดเห็นของพวกเขาต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็ย่อมเป็นความคิดเห็นของประชาชนด้วย<span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ปรากฏการณ์ขาประจำที่เกิดขึ้นนี้ ย่อมเป็นปรากฏการณ์การสื่อสารทางการเมืองของภาคประชาชนนั่นเอง<span>  </span>ดังนั้นชอบหรือไม่ชอบขาประจำ<span>  </span>ก็ย่อมจำเป็นที่จะต้องรับฟังแล้ว</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมอีกว่า การสื่อสารทางการเมืองภาคประชาชนลักษณะนี้<span>  </span>ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในกรณี 14 ตุลาคม 2516<span>  </span>หรือกรณี 17</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">-18</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> พฤษภาคม 2535 หรือแม้กระทั่งครั้งที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ก็ถูกกดดันจากภาคประชาชนมาแล้วเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span> <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ท่าทีที่นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีต่อการวิพากษ์การทำงานของรัฐบาลครั้งล่าสุด (28 กรกฎาคม 2547) ที่ไม่ตอบโต้ ไม่ต่อล้อต่อเถียงนั้น จึงเป็นท่าทีที่แปลกใหม่ และน่าชื่นชม อย่างน้อยก็ในขณะนี้ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ข้อที่ควรปฏิบัติสำหรับผู้อยู่ในอำนาจทางการเมือง ไม่ว่าจะได้อำนาจมาด้วยวิธีใดก็คือ<span>  </span>อย่าทำให้ประชาชนโกรธเป็นดีที่สุด.</span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span></span></span><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">29 </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กรกฎาคม </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2547</span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"></span></p>
<p></span></font></font></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/4/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/4/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/4/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=4&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/02/29/media-massage-political-communications/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/02/politics.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ปรากฏการณ์ขาประจำ: “สื่ย?? และ “สาร” ทางการเมืภ??ขภ??ประชาชน</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>