<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Media.Talk.Blog &#187; ดิจิตอลมีเดีย</title>
	<atom:link href="http://mediatalkblog.wordpress.com/category/%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mediatalkblog.wordpress.com</link>
	<description>คิดและคุยเรื่องสื่อ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Jun 2009 22:54:11 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='mediatalkblog.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/fe96b1bc75c5b83d2423d05253365aed?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Media.Talk.Blog &#187; ดิจิตอลมีเดีย</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://mediatalkblog.wordpress.com/osd.xml" title="Media.Talk.Blog" />
		<item>
		<title>แปลงโฉมสู่เว็บ Web 2.0 การปรับตัวของ Bangkokbiznews.com</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/05/11/bangkokbiznews/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/05/11/bangkokbiznews/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 May 2008 22:37:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลมีเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บและบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkokbiznews.com]]></category>
		<category><![CDATA[New Media]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=83</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ไม่ใช่เพียงแค่การให้ข้อมูลข่าวสารเพียงอย่างเดียวแล้ว หากแต่พัฒนาไปสู่การสื่อสารสองทางที่ผู้รับสารสามารถโต้ตอบกลับได้ทันที ผ่านการแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อต่างๆ ทั้งเว็บไซต์ของสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และตัวเว็บไซต์เองก็เป็นสื่ออีกประเภทหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างของสื่อหลักๆดังกล่าว นั่นคือ การกระจายข้อมูลข่าวสารได้กว้างขวางขึ้น อายุข่าวสารยาวนานขึ้น และ ผู้รับสามารถสื่อสารกลับในฉับพลัน ซึ่งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ไม่สามารถทำได้
พัฒนาการของเว็บไซต์ที่ปรากฏโฉมครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกเรียกขานกันว่า Web 1.0 ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารในแบบสื่อสารทางเดียว ผู้ส่งสารกำหนดเนื้อหาเองทั้งหมด ผู้รับสารมีหน้าที่รับรู้ข่าวสารเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถโต้ตอบได้ ต่อมาพัฒนาเป็นเว็บ 2.0 ในปัจจุบัน ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร และรับข้อมูลข่าวสารจากผู้รับสารด้วย แม้ผู้ส่งสารเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของข่าวสารเป็นเบื้องต้น แต่ผู้รับสารก็มีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาเป็นลำดับต่อมา ผ่านการแสดงความคิดเห็นที่เป็นอิสระ แสดงปฏิกิริยาต่อข่าวสารที่รับรู้ได้โดยทันที ดังนั้น Web 2.0 จึงเป็นการสื่อสารสองทาง และเป็นการร่วมกันสร้างเนื้อหาระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร นอกเหนือจากการให้ข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังเป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันด้วย

เว็บไซต์ในยุค 1.0 ได้ปรับตัวเข้าสู่เว็บในยุค 2.0 กันเป็นจำนวนมาก และการก่อเกิดขึ้นของบล็อก (Blog) เป็นขั้นตอนพัฒนาการของ Web 2.0 ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ปัจเจกชนสามารถเป็นเจ้าของสื่อ (บล็อก) [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=83&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><img class="alignleft size-full wp-image-86" style="border:0 none;float:left;margin:15px 10px;" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/05/bkkbiznews2.jpg?w=314&#038;h=186" alt="" width="314" height="186" />ปัจจุบันการสื่อสารผ่านเว็บไซต์ไม่ใช่เพียงแค่การให้ข้อมูลข่าวสารเพียงอย่างเดียวแล้ว หากแต่พัฒนาไปสู่การสื่อสารสองทางที่ผู้รับสารสามารถโต้ตอบกลับได้ทันที ผ่านการแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อต่างๆ ทั้งเว็บไซต์ของสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และตัวเว็บไซต์เองก็เป็นสื่ออีกประเภทหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างของสื่อหลักๆดังกล่าว นั่นคือ การกระจายข้อมูลข่าวสารได้กว้างขวางขึ้น อายุข่าวสารยาวนานขึ้น และ ผู้รับสามารถสื่อสารกลับในฉับพลัน ซึ่งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ไม่สามารถทำได้</p>
<p style="text-align:justify;">พัฒนาการของเว็บไซต์ที่ปรากฏโฉมครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกเรียกขานกันว่า Web 1.0 ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารในแบบสื่อสารทางเดียว ผู้ส่งสารกำหนดเนื้อหาเองทั้งหมด ผู้รับสารมีหน้าที่รับรู้ข่าวสารเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถโต้ตอบได้ ต่อมาพัฒนาเป็นเว็บ 2.0 ในปัจจุบัน ทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสาร และรับข้อมูลข่าวสารจากผู้รับสารด้วย แม้ผู้ส่งสารเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของข่าวสารเป็นเบื้องต้น แต่ผู้รับสารก็มีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาเป็นลำดับต่อมา ผ่านการแสดงความคิดเห็นที่เป็นอิสระ แสดงปฏิกิริยาต่อข่าวสารที่รับรู้ได้โดยทันที ดังนั้น Web 2.0 จึงเป็นการสื่อสารสองทาง และเป็นการร่วมกันสร้างเนื้อหาระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร นอกเหนือจากการให้ข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังเป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันด้วย</p>
<p style="text-align:justify;"><span id="more-83"></span></p>
<p style="text-align:justify;">เว็บไซต์ในยุค 1.0 ได้ปรับตัวเข้าสู่เว็บในยุค 2.0 กันเป็นจำนวนมาก และการก่อเกิดขึ้นของบล็อก (Blog) เป็นขั้นตอนพัฒนาการของ Web 2.0 ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ปัจเจกชนสามารถเป็นเจ้าของสื่อ (บล็อก) เป็นผู้กำหนดเนื้อหาของข่าวสาร และเป็นผู้ส่งสารในคราวเดียวกัน นำไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น</p>
<p style="text-align:justify;">เว็บไซต์เป็นจำนวนมาก นอกจากจะปรับตัวไปเป็นเว็บ 2.0 แล้ว ยังได้สร้างบล็อกขึ้นมาเป็นส่งหนึ่งของเว็บไซต์ด้วย โดยให้บริการแก่บุคคลทั่วไปเข้ามาใช้พื้นที่ในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารโดยอิสระภายใต้ข้อตกลงร่วมกันที่กำหนดเป็นกติกาไว้กว้างๆ ซึ่งเว็บไซต์ของสื่อไทยที่ก้าวล้ำนำหน้ารายอื่นๆที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการ และตามมาด้วยเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ คือ <a href="http://www.bangkokbiznews.com/">www.bangkokbiznews.com</a> ก็เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ปรับตัวเข้าสู่ Web 2.0 เต็มรูปแบบ</p>
<p style="text-align:justify;">หากเป็นขาประจำของเว็บไซต์ Bangkokbiznews.com คงสังเกตเห็นว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bangkokbiznews.com ได้ปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาไปจากเดิม นอกจากการนำเสนอข่าวตามปกติแล้ว ยังเพิ่มเติมเนื้อหาใหม่ๆเข้ามาเสริม และสร้างบล็อกขึ้นมาเพื่อให้บล็อกเกอร์ซึ่งประกอบไปด้วยบรรณาธิการและผู้สื่อข่าวในเครือเสนอบทความและข่าวสารต่างๆ ทั้งยังมีคอลัมนิสต์และผู้นำองค์กรธุรกิจเขียนบล็อกในส่วนของ <a href="http://newsroom.bangkokbiznews.com/more.php?cate=67">CEO BLOG </a>โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจ</p>
<p style="text-align:justify;">เนื้อหาอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ การดึงข่าวจากเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ในเครือได้แก่ <a href="http://www.bangkokbizweek.com">BIZWEEK</a> และประเด็นสำคัญๆจากบล็อก <a href="http://www.oknation.net/blog">Oknation.net</a> ที่มีเนื้อหาหลากหลายโดยบล็อกเกอร์ที่มีทั้งผู้สื่อข่าวในเครือเนชั่นและบุคคลภายนอก เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้มีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์ เพิ่มเติมเนื้อหา แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ ผ่านช่องทางแสดงความคิดเห็นต่อท้าย ทุกข่าว ทุกประเด็น ทุกบทความ อันเป็นลักษณะจำเพาะของเว็บ 2.0</p>
<p style="text-align:justify;">การเปลี่ยนแปลงทั้งรูปลักษณ์และเนื้อหาของ Bangkokbiznews.com ครั้งนี้ นับว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของเว็บไซต์ข่าว เป็นการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมการรับรู้ข่าวสารของคนในยุคจิติตอล ที่บริโภคข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น แม้จะเป็นการให้เปล่าแต่ก็เป็นช่องทางในการสร้างรายของสื่อได้ที่นับวันแต่จะเพิ่มขึ้น เพราะบรรดาเจ้าของสินค้าทั้งหลายให้ความสำคัญกับการโฆษณาออนไลน์ โดยตัวเลขการใช้จ่ายโฆษณาออนไลน์เพิ่มมากขึ้นทุกปี ดังนั้น การปรับตัวของ Bangkokbiznews.com ในครั้งนี้ก็น่าจะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการรองรับโฆษณาออนไลน์นั้นด้ว</p>
<p style="text-align:justify;">ความโดดเด่นของ Bangkokbiznews.com ก็คือ เนื้อหาที่มีความหลากหลาย แยกแยะเป็นหมวดหมู่ ประกอบไปด้วย ข่าว บทความ บทวิเคราะห์ และบล็อก ที่ตอบสนองความต้องการในการบริโภคข่าวสารของผู้อ่านทุกระดับทุกความต้องการ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ Bangkokbiznews.com คือสื่อออนไลน์ในเครือเนชั่น ที่มีสื่ออยู่ในเครือครอบคลุมทุกแขนง ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะสิ่งพิมพ์นั้นมีทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ มีนิตยสารทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ มีสิ่งพิมพ์ในเครือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ดังนั้น จึงสามารถดึงเนื้อหาจากสื่อออนไลน์ของสื่อต่างๆในเครือ มานำเสนอผ่าน Bangkokbiznews.com ได้อย่างไม่จำกัด เสริมความแข็งแกร่งให้ Bangkokbiznews.com เป็นศูนย์กลางของสื่อออนไลน์ในเครือไปโดยปริยาย</p>
<p style="text-align:justify;">หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เป็นหนังสือพิมพ์ธุรกิจที่ก่อตั้งมานาน มีฐานผู้อ่านแข็งแกร่ง ได้รับการเชื่อถือจากผู้บริโภคข่าวสาร การสร้างบล็อกให้ผู้นำองค์กรธุรกิจระดับ CEO และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรธุรกิจเข้ามาเป็นบล็อกเกอร์ บอกเล่าความคิด และประสบการณ์เรื่องบริหารจัดการธุรกิจ นับเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจยิ่ง เพราะการที่สื่อสามารถดึงเอาผู้บริหารเหล่านี้เข้ามามีส่วนในการสร้างเนื้อหา ก็นับว่าสื่อได้รับการยอมรับจากบรรดาบุคคลสำคัญในแวดวงธุรกิจเหล่านี้ และเนื้อหาที่บรรดา CEO ทั้งหลายนำเสนอใน CEO BLOG ก็จะเป็นพลังดึงดูความสนใจของผู้ต้องการข่าวสารความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจ ให้เข้ามารับรู้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจำนวนผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์จะเป็นดัชนีที่นำไปสู่การบริหารจัดการด้านการตลาดของเว็บไซต์ได้อย่างดียิ่ง</p>
<p style="text-align:justify;">การปรับตัวเข้าสู่ Web 2.0 ของ Bangkokbiznews.com จึงเป็นไปเพื่อทั้งตัวผู้บริโภคและตัวสื่อเอง กล่าวคือ</p>
<p style="text-align:justify;"><strong>ในส่วนของผู้บริโภค</strong> ได้รับเนื้อหาที่หลากหลายให้เลือกตรงตามความต้องการของตนเอง ทั้งยังใช้เป็นเวทีในการเสนอความคิดเห็น ทั้งในแง่การโต้แย้งและเห็นด้วยในประเด็นต่างๆที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในส่วนของข่าวนั้นมีการเพิ่มเติมข่าวใหม่ตามสถานการณ์ตลอดเวลา ทำให้ผู้บริโภครับรู้ความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ต่างๆทั่วโลกได้ทันเวลา</p>
<p style="text-align:justify;"><strong>ในส่วนของสื่อ</strong> ได้สร้างความแข็งแกร่งของการนำเสนอข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์โดยใช้เครือข่ายการสื่อสารในเครือให้เกิดประโยชน์ร่วมกันมากที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคข่าวสารอย่างเต็มที่ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางหรือประตูในการนำผู้บริโภคเข้าไปสู่สื่ออื่นๆในเครือได้อย่างดียิ่ง และเป็นการวางรากฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของโฆษณาสื่อออนไลน์ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต</p>
<p style="text-align:justify;">การปรับตัวเข้าสู่เว็บ 2.0 ของ Bangkokbiznews.com จึงตอบสนองความต้องการทั้งของผู้บริโภคข่าวสารและตัวสื่อเอง นับได้ว่าผู้บริหารสื่อที่เป็นเจ้าของ Bangkokbiznews.com มองเห็นความสำคัญของสื่อออนไลน์ที่จะต้องพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวย่อมจะเกิดแก่ทั้งสองฝ่าย</p>
<p style="text-align:justify;">โปรดสังเกต เว็บ 2.0 อย่าง Yahoo,Google,Hi5,Facebook,Sanook,Pantip และ ฯลฯ ล้วนแต่ให้เปล่าทั้งสิ้น แต่เจ้าของสื่อล้วนแต่ร่ำรวยจากการให้บริการฟรีดังกล่าว เพราะช่องทางในการแสวงหารายได้ของสื่อก็มีมากเช่นกัน จึงเชื่อแน่ว่า การปรับตัวสู่ Web 2.0 ของ Bangkokbiznews.com ในครั้งนี้ ผู้บริหารเครือเนชั่นซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ มีคำตอบสำหรับอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว</p>
<p style="text-align:justify;">ผลจากการปรับตัวของ Bangkokbiznews.com ในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นต้นแบบให้สื่อออนไลน์ของสื่อรายอื่นๆได้ขยับเคลื่อนไหวตาม ประโยชน์ก็จะได้แก่ผู้บริโภคสื่อเบื้องต้น และตกแก่สื่อในลำดับถัดมา ในที่สุดทั้งผู้บริโภคและสื่อก็จะได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่่าย.</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/83/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/83/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/83/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/83/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/83/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/83/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/83/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/83/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/83/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/83/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/83/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/83/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=83&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/05/11/bangkokbiznews/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/05/bkkbiznews2.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>สงครามสื่อ CD VCD DVD ต้นทุนต่ำ ราคาถูก และได้ผล</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/12/cd-vcd-dvd/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/12/cd-vcd-dvd/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2008 23:04:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลมีเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[CD]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[VCD]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ทำให้การผลิตสินค้าได้เป็นปริมาณมาก  โดยใช้เวลาน้อย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง ขายราคาถูก ผู้ซื้อมีกำลังในการซื้อ ในหลายกรณีสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกได้  เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักและทดลองใช้สินค้า
แผ่นกลมๆที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพลาสติกสงเคราะห์ที่เรียกกันว่า CD ก็เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ผลิตได้ทีละมากๆ  ทำให้ต้นทุนต่ำลง แผ่น CD ที่ขายปลีกอยู่ทั่วไปขนากความจุ 700 เม็กกะไบต์ ราคาแผ่นละไม่ถึง 10 บาท ซึ่งแผ่น CD ดังกล่าวสามารถนำมาใช้บันทึกข้อมูลได้ทั้งภาพและเสียง  รวมถึงแผ่น DVD ที่มีความจุมากกว่าปัจจุบันก็ราคาถูกลงเป็นอันมาก
เมื่อแผ่น CD ราคาถูกลง รวมถึงเครื่องเล่น CD,VCD,DVD ก็ราคาถูกลง ปัจจุบันราคาต่ำสุดก็ไม่ถึง 1,000 บาทแล้ว ทำให้ผู้คนทุกระดับชั้นรายได้ใช้มีกำลังซื้อกันอย่างถ้วนหน้า  นำไปสู่การผลิตสื่อในรูปแผ่น CD,VCD,DVD มีช่องทางในการจำหน่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องบันเทิงเริงรมย์  ได้รับความนิยมเผยแพร่ในรูปแผ่น CD,VCD,DVD กันอย่างแพร่หลาย
แผ่น CD,VCD,DVD จึงกลายเป็นสื่อต้นทุน ราคาถูก เข้าถึงผู้บริโภคทุกครัวเรือน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้วในปัจจุบัน
การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร จึงนิยมทำผ่านแผ่น CD,VCD,DVD มากขึ้น  ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน และบุคคลธรรมดา  ที่นิยมบันทึกข้อมูลเรื่องราวต่างๆลงแผ่น CD,VCD,DVD [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=32&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><a rel="attachment wp-att-33" href="http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/12/cd-vcd-dvd/cd-vcd-dvd/" title="Cd-vcd-dvd"><img border="0" align="right" width="252" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/cdvcddvd.jpg?w=252&#038;h=217" alt="Cd-vcd-dvd" height="217" /></a>เทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ทำให้การผลิตสินค้าได้เป็นปริมาณมาก  โดยใช้เวลาน้อย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง ขายราคาถูก ผู้ซื้อมีกำลังในการซื้อ ในหลายกรณีสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกได้  เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักและทดลองใช้สินค้า</p>
<p>แผ่นกลมๆที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพลาสติกสงเคราะห์ที่เรียกกันว่า CD ก็เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ผลิตได้ทีละมากๆ  ทำให้ต้นทุนต่ำลง แผ่น CD ที่ขายปลีกอยู่ทั่วไปขนากความจุ 700 เม็กกะไบต์ ราคาแผ่นละไม่ถึง 10 บาท ซึ่งแผ่น CD ดังกล่าวสามารถนำมาใช้บันทึกข้อมูลได้ทั้งภาพและเสียง  รวมถึงแผ่น DVD ที่มีความจุมากกว่าปัจจุบันก็ราคาถูกลงเป็นอันมาก</p>
<p>เมื่อแผ่น CD ราคาถูกลง รวมถึงเครื่องเล่น CD,VCD,DVD ก็ราคาถูกลง ปัจจุบันราคาต่ำสุดก็ไม่ถึง 1,000 บาทแล้ว ทำให้ผู้คนทุกระดับชั้นรายได้ใช้มีกำลังซื้อกันอย่างถ้วนหน้า  นำไปสู่การผลิตสื่อในรูปแผ่น CD,VCD,DVD มีช่องทางในการจำหน่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องบันเทิงเริงรมย์  ได้รับความนิยมเผยแพร่ในรูปแผ่น CD,VCD,DVD กันอย่างแพร่หลาย</p>
<p>แผ่น CD,VCD,DVD จึงกลายเป็นสื่อต้นทุน ราคาถูก เข้าถึงผู้บริโภคทุกครัวเรือน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้วในปัจจุบัน</p>
<p>การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร จึงนิยมทำผ่านแผ่น CD,VCD,DVD มากขึ้น  ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน และบุคคลธรรมดา  ที่นิยมบันทึกข้อมูลเรื่องราวต่างๆลงแผ่น CD,VCD,DVD เพื่อแจกจ่ายแก่กลุ่มเป้าหมาย </p>
<p>อิทธิพลของสื่อประเภทนี้ เท่าที่ทราบยังไม่มีการทำวิจัยทางวิชาการให้เห็น (หรือมีแล้วแต่ผู้เขียนไม่ทราบก็อาจเป็นได้)  แต่เท่าที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ นับว่าสื่อ CD,VCD,DVD ได้มร้างผลสะเทือนให้เกิดขึ้นแก่สังคมอยู่ไม่น้อย  เช่น</p>
<p><span id="more-32"></span></p>
<p>กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบเหลืองและใบแดง แก่ ส.ส. ในข้อหากระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช  ส.ส.ประเภทบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย และได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการสืบสวนสอบสวนของ กกต. นั้นก็มีสื่อ CD,VCD,DVD เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยมีการอ้างถึงหลักฐานการกระทำผิดที่บันทึกไว้ในแผ่น VCD</p>
<p>ในอีกหลายกรณีก็มีแผ่น VCD เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะเป็นหลักฐานบันทึกการกระทำผิดโดยตรงบ้าง เป็นหลักฐานที่ใช้ในการกระทำผิดบ้าง  หลักฐานที่บันทึกการกระทำผิดก็คือ การบันทึกเหตุการณ์ที่ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเพื่อนำมาใช้ผูกมัดผู้กระทำผิด  เช่น ในกรณีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นต้น ส่วนการเป็นหลักฐานที่ใช้ในการกระทำผิดก็คือ การจ่ายแจก  VCD ของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้แก่ประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะถือเป็นการให้ผลประโยชน์เพื่อจูงใจให้คนลงคะแนนเสียงให้ตน เป็นต้น</p>
<p>ที่สำคัญก็คือ เนื้อหาที่บันทึกในแผ่น VCD นั้นเป็นเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ อดีตนายกรัฐมนตรี คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดย VCD ได้บันทึกภาพและเสียงคำปราศรัยของอดีตนายกรัฐมนตรีที่แนะนำให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี พร้อมกับกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หลังการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ดังนั้น การแจกจ่าย VCD คำปราศัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นการทำผิดกำหมายเลือกตั้ง</p>
<p>ส่วนจะผิดจะถูกจริงหรือไม่นั้น ในที่นี้จะไม่ขอกล่าวถึง ผู้สนใจสามารถค้นคว้าย้อนหลังได้ตามสื่อต่างๆ  สิ่งที่อยากจะพูดถึงในที่นี้ก็คือ ผลที่เกิดจากสื่อ CD,VCD,DVD ดังกล่าว</p>
<p>ปรากฏการณ์สื่อ CD,VCD,DVD ที่เกิดขึ้นนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของสื่อชนิดนี้ที่มีต่อกลุ่มเป้าหมาย  การได้ชัยชนะของพรรคพลังประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสาน นอกจากความนิยมชมชอบที่มีอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว การแจกจ่ายแผ่น VCD ดังกล่าวก็เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างให้เกิดการรับรู้ใหม่สำหรับผู้ที่ไม่เคยรู้ และเป็นการตอกย้ำซ้ำๆให้ผู้ที่รู้อยู่แล้วให้จดจำได้มากขึ้น ทำให้เกิดจากการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร ผลงานของอดีตรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย  ที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนเป็นตัวแทนและเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่นิยมชมชอบพรรคไทยรักไทยและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นำไปสู่การลงคะแนนเสียงให้แก่พรรคพลังประชาชนในที่สุด</p>
<p>ความสำเร็จของสื่อ CD,VCD,DVD ทำให้การดำเนินการทางการเมืองในสมัยปัจจุบัน นิยมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อ CD,VCD,DVD มากขึ้น  นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าศึกษาถึงอิทธิพลของสื่อชนิดนี้ในเชิงลึกเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>เมื่อแผ่น CD,VCD,DVD ราคาถูกและเป็นสื่อที่ได้ผลเช่นนี้  จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในอนาคตจะเกิดปรากฏการณ์สงครามแจกฟรี CD,VCD,DVD ขึ้น ระหว่างคู่แข่งทางธุรกิจหรือทางการเมือง ควบคู่ไปกับการแข่งขันผ่านสื่ออื่นๆ  ยิ่งราคาเรื่องเล่นและแผ่น CD,VCD,DVD ถูกลงเพียงใด การใช้สื่อชนิดนี้ก็ยิ่งจะน่ามีมากขึ้น</p>
<p><strong>ผู้รับ ผู้เสพสื่อคงต้องถูกดึงเข้าสู่สงครามในที่สุด เตรียมตัวให้พร้อม!</strong></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/32/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=32&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/12/cd-vcd-dvd/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/cdvcddvd.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Cd-vcd-dvd</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ThaiOpenID.net ชุมนุมไทยผู้ใช้และผู้พัฒนา OpenID</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/07/thai-open-id/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/07/thai-open-id/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Mar 2008 07:46:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[ดิจิตอลมีเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บและบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[Open ID]]></category>
		<category><![CDATA[OpenID.net]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[ผมขอนำข้อเขียนของคุณไวพจน์ จากบล็อกของเขาคือ  Waipot.com ที่เขาเขียนประชาสัมพันธ์เวบฟอรั่มใหม่ ThaiOpenID.net ชุมนุมไทยผู้ใช้และผู้พัฒนา OpenID ซึ่งจะเป็นประโยชนืแก่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่อไปภายหน้า จะเป็นประโยชน์อย่างไรนั้น ขอเชิญอ่านได้จากข้อเขียนของเขาที่ผมยกมาโดยไม่ตัดทอน นับตั้งแต่ย่อหน้าถัดไปนี้&#8230;
* * *
OpenID เป็นระบบหนึ่งที่ทำให้เราสามารถใช้ URL เป็นข้อมูลระบุตัวตน (Identity) ที่เราสามารถใช้ลงชื่อ (Sign in หรือ Log in) เข้าสู่เวบไซต์ต่างๆ ที่เปิดรับมาตรฐาน OpenID นี้ได้ โดยที่เราไม่ต้องสมัครเป็นสมาชิกของแต่ละเวบไซต์ทุกครั้ง ประโยชน์ก็คือ เราไม่ต้องจำชื่อและรหัสผ่านของเราในแต่ละเวบไซต์ จึงเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้ยิ่ง
ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังของ OpenID คือ การระบุตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต เปรียบเหมือนการทำบัตรประจำตัวประชาชน ที่ใช้ระบุความแตกต่างของแต่ละบุคคล เช่น ชื่อสกุล รูปถ่ายใบหน้า วันเดือนปีเกิด ภูมิลำเนา เชื้อชาติ และ ศาสนา เป็นต้น ดังนั้น OpenID จึงถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ปฏิวัติโลกไซเบอร์ ด้วยการแจ้งตัวตนที่แท้จริงบนโลกอินเทอร์เน็ต ในอนาคตไม่แน่ว่า OpenID อาจจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็อาจเป็นได้
OpenID เพิ่งเริ่มพัฒนาได้ไม่นานนี้ และ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=26&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/thaiopenid.jpg" title="Thai Open ID"></a><img border="0" vspace="10" align="left" width="282" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/thaiopenid.jpg?w=282&#038;h=188" hspace="10" alt="Thai Open ID" height="188" />ผมขอนำข้อเขียนของคุณไวพจน์ จากบล็อกของเขาคือ  <a href="http://www.waipot.com/">Waipot.com</a> ที่เขาเขียนประชาสัมพันธ์เวบฟอรั่มใหม่ <a href="http://thaiopenid.net/"><font color="#aa77aa">ThaiOpenID.net</font></a> ชุมนุมไทยผู้ใช้และผู้พัฒนา OpenID ซึ่งจะเป็นประโยชนืแก่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่อไปภายหน้า จะเป็นประโยชน์อย่างไรนั้น ขอเชิญอ่านได้จากข้อเขียนของเขาที่ผมยกมาโดยไม่ตัดทอน นับตั้งแต่ย่อหน้าถัดไปนี้&#8230;</p>
<p align="center"><font color="#ff6600">* * *</font></p>
<p><font color="#ff6600"><strong>OpenID</strong> </font>เป็นระบบหนึ่งที่ทำให้เราสามารถใช้ URL เป็นข้อมูลระบุตัวตน (Identity) ที่เราสามารถใช้ลงชื่อ (Sign in หรือ Log in) เข้าสู่เวบไซต์ต่างๆ ที่เปิดรับมาตรฐาน OpenID นี้ได้ โดยที่เราไม่ต้องสมัครเป็นสมาชิกของแต่ละเวบไซต์ทุกครั้ง ประโยชน์ก็คือ เราไม่ต้องจำชื่อและรหัสผ่านของเราในแต่ละเวบไซต์ จึงเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้ยิ่ง</p>
<p>ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังของ OpenID คือ การระบุตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต เปรียบเหมือนการทำบัตรประจำตัวประชาชน ที่ใช้ระบุความแตกต่างของแต่ละบุคคล เช่น ชื่อสกุล รูปถ่ายใบหน้า วันเดือนปีเกิด ภูมิลำเนา เชื้อชาติ และ ศาสนา เป็นต้น ดังนั้น OpenID จึงถือว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ปฏิวัติโลกไซเบอร์ ด้วยการแจ้งตัวตนที่แท้จริงบนโลกอินเทอร์เน็ต ในอนาคตไม่แน่ว่า OpenID อาจจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็อาจเป็นได้</p>
<p>OpenID เพิ่งเริ่มพัฒนาได้ไม่นานนี้ และ ยังไปได้ไม่ไกลนัก ในเมืองไทย กระแส OpenID เริ่มมีบ้าง แต่อย่างแผ่วเบา หากคนไทยยังไม่เริ่มต้นศึกษาไปพร้อมๆ กับชนชาติอื่นแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยไป เราจะกลายเป็นผู้ที่ตามหลัง และ ล้าหลังในด้านนี้ ดังนั้น <a href="http://thaiopenid.net/"><font color="#aa77aa">ThaiOpenID.net</font></a> จึงเกิดขึ้น เพื่อผลักดันการใช้งานและการพัฒนาของ OpenID ในเมืองไทย</p>
<p><a href="http://thaiopenid.net/"><font color="#aa77aa">ThaiOpenID.net</font></a> เวบไซต์ที่ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ เป็นชุมนุมออนไลน์เสรี ที่พูดคุยกันเกี่ยวกับ OpenID โดยเฉพาะ ในขณะที่ OpenID ยังเป็นเรื่องใหม่ ที่ยังไม่มีใครรู้มากกว่าใคร ดังนั้นการใช้ระบบเวบบอร์ด เพื่อตั้งกระทู้ถาม-ตอบ อาศัยการสุมหัวของสมาชิกเป็นแรงผลักจึงน่าจะเหมาะสมที่สุด จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ <a href="http://thaiopenid.net/"><font color="#aa77aa">ThaiOpenID.net</font></a></p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<p>ปล. ขอความกรุณาทุกท่านที่ผ่านมา เป็นแรงสนับสนุน ช่วยประชาสัมพันธ์ <a href="http://thaiopenid.net/"><font color="#aa77aa">ThaiOpenID.net</font></a> โดยการคัดลอกข้อความข้างบนนี้(ซึ่งผมอนุญาตอย่างถูกต้อง) ตีแผ่ลงไปในเวบไซต์หรือบลอกของท่าน ขอขอบพระคุณยิ่ง</p>
<p align="center"><font color="#ff6600">* * *</font></p>
<p align="left"><font color="#ff6600"><strong>ก็ยืนยันเห็นด้วยตามที่คุณไวพจน์บอกไว้ครับ&#8211;</strong>โกศล อนุสิม</font></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/26/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/26/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/26/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/26/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/26/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/26/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/26/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/26/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=26&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/07/thai-open-id/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/thaiopenid.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Thai Open ID</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Big Blog : Suthichai yoon &#8211; ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก</title>
		<link>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/06/suthichaiyoon-big-blog/</link>
		<comments>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/06/suthichaiyoon-big-blog/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Mar 2008 17:40:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Kosol Anusim</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลมีเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[นิเทศศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บและบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียนบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสมัยใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธิชัย หยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Blog Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Blogger]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mediatalkblog.wordpress.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[Blog เป็นทั้งสื่อและเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทรงพลัง    พลังของบล็อกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆได้  เช่น เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ  ซึ่งสื่อหลักอื่นๆไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่บล็อกเกอร์นำมาเผยแพร่ผ่านบล็อกได้อย่างฉับพลันทันที  ล่าสุด เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศูนย์การค้าในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า โลกได้รู้ข่าวครั้งแรกผ่านบล็อก
เมื่อเป็นเช่นนี้  คนทั้งหลายจึงนิยมเขียนบล็อกเผยแพร่ความคิดที่ตนคิดและข้อมูลที่ตนมี  ออกสู่สายตาสาธารณชน เป็นสื่อที่สามารถส่งสารได้อย่างไม่จำกัด  ทั้งเวลา สถานที่ และชนิดของสาร
คนใหญ่คนโตในทุกแวดวงจึงมีบล็อกของตนเองเพื่อที่จะสื่อสารกับคนอื่นๆ  และในที่นี้ผมขอคุยถึงบล็อกของ สุทธิชัย หยุ่น  คนใหญ่แห่งเครือเนชั่น ซึ่งชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรเพิ่มเติม 
ผมยอมรับว่าเป็นแฟนประจำของ สุทธิชัย หยุ่น มานานแล้ว  คอลัมน์กาแฟดำ ของเขานั้นเป็นคอลัมน์แรก หรือไม่เกินลำดับที่สามที่ต้องอ่านเมื่ออ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  แม้ว่าหลายๆครั้งผมจะไม่เห็นด้วย หรือเห็นขัดแย้งกับสิ่งที่เขานำเสนอผ่านคอลัมน์นั้น แต่ก็ต้องอ่าน เหมือนดื่มกาแฟแหละครับ  ถึงบางครั้งจะไม่อร่อยแต่ก็ต้องดื่ม
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นรึ&#8230;

เพราะอ่านคอลัมน์กาแฟดำแล้ว สิ่งที่ได้ก็คือ ได้ความคิดใหม่ๆ ยิ่งเมื่อใดก็ตามที่ผมเห็นแย้งกับกาแฟดำ นั่นยิ่งทำให้ได้ความคิดใหม่ๆมากขึ้น เพราะต้องคิดเพื่อที่จะแย้งเขาให้ได้  ให้มีเหตุผลเพียงพอที่จะมาคัดง้างกับเขา  และโปรดทราบว่า ถึงแม้ผมจะติดคอลัมน์เขาก็จริง แต่ผมไม่ได้เออออห่อหมกจนตกเป็นทาสความคิดของเขา
เขาทำให้ผม &#8220;ได้คิด&#8221; และ &#8220;คิดได้&#8221;   เขาเป็นคนเขียนหนังสือที่ทำให้ผมมักต้องคิดแย้งอยู่เสมอๆ  ซึ่งผมก็ดีใจอยู่เงียบๆว่า ผมสามารถคิดต่างจากคนระดับ &#8220;บิ๊กหยุ่น&#8221; ได้ ก็นับว่าเกิดปัญญาแก่ตนเองเป็นอย่างมาก
นอกจากการเขียนแล้วยังมีการวิเคราะห์ข่าวทางโทรทัศน์  การวิเคราะห์ของสุทธิชัย หยุ่น นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ &#8220;ข้อมูล&#8221;  ซึ่งต้องนำมาแปลงเป็น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=24&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p align="justify"><strong><a href="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/suthichai-copy.jpg" title="Suthichai Yoon’s Blog"></a><img border="0" align="left" width="314" src="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/suthichai-copy.jpg?w=314&#038;h=200" hspace="20" alt="Suthichai Yoon’s Blog" height="200" />Blog</strong> เป็นทั้งสื่อและเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทรงพลัง    พลังของบล็อกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆได้  เช่น เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ  ซึ่งสื่อหลักอื่นๆไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่บล็อกเกอร์นำมาเผยแพร่ผ่านบล็อกได้อย่างฉับพลันทันที  ล่าสุด เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศูนย์การค้าในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า โลกได้รู้ข่าวครั้งแรกผ่านบล็อก</p>
<p align="justify">เมื่อเป็นเช่นนี้  คนทั้งหลายจึงนิยมเขียนบล็อกเผยแพร่ความคิดที่ตนคิดและข้อมูลที่ตนมี  ออกสู่สายตาสาธารณชน เป็นสื่อที่สามารถส่งสารได้อย่างไม่จำกัด  ทั้งเวลา สถานที่ และชนิดของสาร</p>
<p align="justify">คนใหญ่คนโตในทุกแวดวงจึงมีบล็อกของตนเองเพื่อที่จะสื่อสารกับคนอื่นๆ  และในที่นี้ผมขอคุยถึงบล็อกของ <strong>สุทธิชัย หยุ่น</strong>  คนใหญ่แห่งเครือเนชั่น ซึ่งชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรเพิ่มเติม </p>
<p align="justify">ผมยอมรับว่าเป็นแฟนประจำของ สุทธิชัย หยุ่น มานานแล้ว  <a href="http://www.bangkokbiznews.com/index_opin.php"><strong>คอลัมน์กาแฟดำ</strong> </a>ของเขานั้นเป็นคอลัมน์แรก หรือไม่เกินลำดับที่สามที่ต้องอ่านเมื่ออ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  แม้ว่าหลายๆครั้งผมจะไม่เห็นด้วย หรือเห็นขัดแย้งกับสิ่งที่เขานำเสนอผ่านคอลัมน์นั้น แต่ก็ต้องอ่าน เหมือนดื่มกาแฟแหละครับ  ถึงบางครั้งจะไม่อร่อยแต่ก็ต้องดื่ม</p>
<p align="justify">ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นรึ&#8230;</p>
<p align="justify"><span id="more-24"></span></p>
<p align="justify">เพราะอ่านคอลัมน์กาแฟดำแล้ว สิ่งที่ได้ก็คือ ได้ความคิดใหม่ๆ ยิ่งเมื่อใดก็ตามที่ผมเห็นแย้งกับกาแฟดำ นั่นยิ่งทำให้ได้ความคิดใหม่ๆมากขึ้น เพราะต้องคิดเพื่อที่จะแย้งเขาให้ได้  ให้มีเหตุผลเพียงพอที่จะมาคัดง้างกับเขา  และโปรดทราบว่า ถึงแม้ผมจะติดคอลัมน์เขาก็จริง แต่ผมไม่ได้เออออห่อหมกจนตกเป็นทาสความคิดของเขา</p>
<p align="justify">เขาทำให้ผม <strong>&#8220;ได้คิด&#8221;</strong> และ <strong>&#8220;คิดได้&#8221;</strong>   เขาเป็นคนเขียนหนังสือที่ทำให้ผมมักต้องคิดแย้งอยู่เสมอๆ  ซึ่งผมก็ดีใจอยู่เงียบๆว่า ผมสามารถคิดต่างจากคนระดับ <strong>&#8220;บิ๊กหยุ่น&#8221;</strong> ได้ ก็นับว่าเกิดปัญญาแก่ตนเองเป็นอย่างมาก</p>
<p align="justify">นอกจากการเขียนแล้วยังมีการวิเคราะห์ข่าวทางโทรทัศน์  การวิเคราะห์ของสุทธิชัย หยุ่น นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ &#8220;ข้อมูล&#8221;  ซึ่งต้องนำมาแปลงเป็น &#8220;เนื้อสาร&#8221; ส่งถึงผู้รับ  หากการวิเคราะห์ใดๆที่มีข้อมูลไม่ดีพอแล้ว ก็เป็นแค่การโม้เรื่อยเปื่อยหาประโยชน์อันใดไม่ได้  แต่สำหรับการวิเคราะห์ของ สุทธิ ชัยหยุ่น นั้นมีข้อมูลที่หนักแน่น อ้างอิงได้  แม้บางครั้งเขาจะทำหน้าที่เป็นนักพยากรณ์ไปบ้าง แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่มี</p>
<p align="justify">ผมจึงชอบอ่านและชอบฟัง (หรือดู) สุทธิชัย หยุ่น  แต่ส่วนมากแล้ว จะอ่านมากกว่าฟัง</p>
<p align="justify">ผมอ่านเขาผ่านคอลัมน์ในกรุงเทพธุรกิจ และตามอ่านที่เว็บไซต์ <a href="http://ww.suthichaiyoon.com">Suthichaiyoon.com</a> และที่บล็อก ของเขาที่ <a href="http://www.oknation.net/blog/black/">Oknation.net</a>  ซึ่งมีคลิปวีดิโอข่าวให้ดูอย่างจุใจด้วย</p>
<p align="justify">โดยส่วนตัว ผมยกให้สุทธิชัย หยุ่น เป็นหนึ่งในต้นแบบหรือ Role Model ของคนข่าว หรือ &#8220;สื่อมวลชน&#8221; เขาคือคนระดับเดียวกับ สนธิ ลิ้มทองกุล, สมเกียรติ อ่อนวิมล, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง (นับเฉพาะในฐานะคนทำสื่อไม่นับบทบาททางการเมืองหรือบทบาทอื่นๆ)  ที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆแก่วงการสื่อมวลชน ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทั้งรูปแบบและเนื้อหาของสื่อให้มีความเป็น &#8220;มืออาชีพ&#8221; มากขึ้น ดังนั้น การที่เขาได้ก้าวเข้ามาเป็น Blogger ก็ย่อมเป็นการยืนยันถึงพลังดึงดูดของ Blog ที่มีอยู่มหาศาล  ความคิด ความรู้ และข้อมูลที่เขาเผยแพร่ผ่านบล็อก ย่อมเป็น &#8220;สาร&#8221; ที่จะก่อให้เกิดความคิดใหม่ๆแก่สาธารณชนอีกทางหนึ่ง  ซึ่งตัวเลขของผู้ที่คลิกเข้าอ่านบล็อกของเขานั้นนับเป็นลำดับหนึ่งของบล็อก oknation.net  อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความนิยมในตัวบล็อกเกอร์ระดับบิ๊กของเนชั่นผู้นี้</p>
<p align="justify">คนใหญ่คนโตในวงการต่างๆนิยมเขียนบล็อกกันมากขึ้น แม้แต่ บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟต์ก็มีบล็อกของตัวเองที่ <a href="http://www.facebook.com/">Facebook.com</a> แต่ได้ข่าวว่าประกาศแขวนคีบอร์ดถอดใจไปเสียแล้ว เนื่องจากทนต่อการถูก add จากผู้ใช้ไม่ไหว เพราะมีผู้ขอ add เป็นเพื่อนถึงวันละนับพันราย  และผู้บริหารของยักษ์ใหญ่ Google เช่น <a href="http://www.mattcutts.com/blog/">Matt Cutts</a> ก็มีบล็อกเป็นของตัวเองเช่นกัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีบล็อกที่ <a href="http://www.hi5.com/">Hi5</a> ซึ่งมีคน add เป็นเพื่อนจำนวนมาก และสุทธิชัย หยุ่น ก็มีคนคลิกอ่านบล็อกของเขาแล้วนับแสนครั้ง</p>
<p align="justify">ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บล็อกเป็นสื่อและช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงผู้คนได้เป็นจำนวนมากอีกทางหนึ่ง  มีความได้เปรียบสื่ออื่นๆตรงที่สามารถจัดเก็บข้อมูลหรือ &#8220;สาร&#8221; ไว้ได้ตลอดเวลา การจะค้นหาซ้ำ หรือ ย้อนหลัง ก็สามารถทำได้อย่างสะดวก ต่างจาก สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เป็นอย่างมาก รวมถึงมีความเป็นอิสระในการนำเสนอข่าวสารอย่างไม่มีขีดจำกัด ดังนั้น บล็อกจึงเป็นสื่อที่ทรงพลังโดยแท้</p>
<p align="justify">นับแต่นี้ไปเราคงเห็นคนใหญ่คนโตมาเดินขวักไขว่ในบล็อก  หนึ่งในนั้นก็คือสุทธิชัย หยุ่น  แม้สิ่งที่เขานำเสนอนั้นจะเป็นการ &#8220;ทำซ้ำ&#8221; กับสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์  แต่ก็เป็นการเผยแพร่ให้กว้างขวางขึ้น  และเป็นการจัดเก็บข้อมูลข่าวสารที่ทำให้สามารถค้นหานำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลา</p>
<p align="justify"><strong>แต่บอกตามตรง ผมชอบกาแฟดำบนหน้าหนังสือพิมพ์มากกว่า เพราะอ่านไปดมกลิ่นหมึกไปได้รสดียิ่ง.</strong></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/mediatalkblog.wordpress.com/24/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/mediatalkblog.wordpress.com/24/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mediatalkblog.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mediatalkblog.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mediatalkblog.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mediatalkblog.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mediatalkblog.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mediatalkblog.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mediatalkblog.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mediatalkblog.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mediatalkblog.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mediatalkblog.wordpress.com/24/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mediatalkblog.wordpress.com&blog=3015360&post=24&subd=mediatalkblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mediatalkblog.wordpress.com/2008/03/06/suthichaiyoon-big-blog/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Kosol Anusim</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mediatalkblog.files.wordpress.com/2008/03/suthichai-copy.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Suthichai Yoon’s Blog</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>